คุณรู้หรือไม่? “คาเฟอีน” ในกาแฟมีผลต่อสมองไม่แพ้ “โคเคน”!!

0

ในยุคโลกาภิวิฒน์ “กาแฟ” ดูจะเป็นเครื่องดื่มยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นสังคมในเมืองหลวง หรือสังคมต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรีบเร่งของการดำเนินชีวิตในเมืองหลวง ทำให้กาแฟถ้วยเดียวกลายเป็นอาหารเช้ารายการประจำของคนในเมืองหลวง เกือบจะเรียกว่ากว่าร้อยละห้าสิบเลยทีเดียว

Espresso on Coffe Beans

กาแฟ 1 ถ้วย ตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน

อีกหนึ่งถ้วย เมื่อถึงที่ทำงาน

อีกหนึ่งถ้วย ตอน 10 โมง

อีกหนึ่งถ้วย หลังอาหารกลางวัน

อีกหนึ่งถ้วย ตอนบ่ายแก่ๆ

และอีกหนึ่งถ้วย หลังอาหารเย็น

ลองสำรวจตัวท่านเองดูว่าท่านดื่มกาแฟเช่นนี้หรือเปล่า หรือน้อยกว่านี้ หรือมากกว่านี้ ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งอเมริกาด้วย กำลังพยายามทุกวิถีทางในการปราบปรามยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็น ฝิ่น, เฮโรอีน, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โคเคน” ที่กำลังระบาดในอเมริกาและแพร่หลายไปยังหลายประเทศ จะมีใครรู้บ้างว่าสารที่เรียกว่า “คาเฟอีน” ที่มีอยู่ในกาแฟ ชา นั้น มีผลในการกระตุ้นประสาทและสมองไม่ต่างไปจาก “โคเคน” มากนัก

“กาแฟ” ประกอบด้วย คาเฟอีนประมาณร้อยละ 1.5 – 2.5 นอกนั้นเป็นไขมันและสารอินทรีย์ กาแฟ 1 ถ้วย มีคาเฟอีนประมาณ 0.10 – 0.15 กรัม มีไนอะซิน 1 มิลลิกรัม และมีไทอามินและไรโมเฟลวินเล็กน้อย

“ชา” ประกอบด้วย คาเฟอีนประมาณร้อยละ 1.4 – 3.5 และแทนนินร้อยละ 1 – 30 ที่เหลือเป็นสารอินทรีย์ ชา 1 ถ้วย ที่ชงจากใบชาแห้ง 1 ช้อนชา จะมีคาเฟอีนประมาณ 0.1 กรัม มีไรโมเฟลวินและไมอะซินจำนวนน้อยมาก

“คาเฟอีน” เสพติดได้เมื่อบริโภคจนเป็นนิสัยแล้วก็จะมีอาการโหยหาเมื่อต้องการ และมีอาการคล้ายคนขาดยา เมื่อพยายามเลิก คนอเมริกาต่อต้าน “โคเคน” แต่ดื่มกาแฟโดยเฉลี่ยแล้ว 4-6 ถ้วยต่อวัน ดื่มแทนน้ำก็ว่าได้ “คาเฟอีน” มีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

..ทำให้ไม่ง่วง, กระตุ้นสมอง, หัวใจเต้นเร็ว, หลอดเลือดหดตัว, ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจได้ไม่สม่ำเสมอ, ความดันโลหิตสูง, ไตทำงานน้อยลง, กรดในกระเพาะหลั่งมากขึ้น, น้ำตาลในเลือดต่ำลง เพราะตับอ่อนได้จะขับอินซูลินออกมากขึ้นนานๆไปอาจเป็นมะเร็งตับอ่อนได้, ในหญิงมีครรภ์อาจทำให้มีความพิการเกิดกับเด็กในครรภ์ได้

“เรามาเลิกดื่มกาแฟกันเสียแต่วันนี้จะดีไหม ยากไหมที่เลิกดื่ม คำตอบ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ของทุกอย่าง มีคุณก็ต้องมีโทษ มีโทษก็ต้องมีคุณ”

เอ! ถ้าอย่างนั้นดื่มกาแฟที่ “ปลอดคาเฟอีน” ก็คงจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ลองถามหลายคนที่นิยมดื่มกาแฟดู ผมว่า แทนทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หากรักจะดื่มกาแฟแล้ว ดื่มกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน อยู่เปล่าๆโดยที่ไม่กินจะดีกว่า นอกจากนั้นคุณทราบไหมว่ากรรมวิธีที่ทำให้ปราศจากคาเฟอีนนั้นเขาทำกันอย่างไร การเอาคาเฟอีนออกจากกาแฟนั้น ต้องใช้สารเคมีเป็นตัวสกัด ซึ่งแน่นอนล่ะ มันสามารถจะซึมแทรกเข้าไปในเมล็ดกาแฟ ฉะนั้นแม้ไม่ได้บริโภคคาเฟอีน แต่คุณก็จะได้บริโภคสารเคมีที่หลงเหลือนี้เข้าไปแทน

เรามาเลิกดื่มกาแฟกันเสียแต่วันนี้จะดีไหม ยากไหมที่จะเลิกดื่ม คำตอบ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย ของทุกอย่างมีคุณก็ต้องมีโทษ มีโทษก็ต้องมีคุณ อย่าดื่มกาแฟจนติด คาเฟอีนในปริมาณไม่มาก ช่วยให้ร่างกายและสมองกระชุ่มกระชวย ตื่นตัว แต่หากมากเกินไปก็ให้โทษ คนบางคน เลิกดื่มกาแฟได้ทันทีที่เขาจะตั้งใจเลิก ในขณะที่หลายคนต้องใช้เวลาค่อยๆลดปริมาณลง

สำรวจตัวท่านเองซิว่าท่านดื่มกาแฟวันละกี่ถ้วย ถ้าเพียงวันละ 1-2 ถ้วยเล็กๆก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้ามากกว่านั้น พยายามลดเสียจะดีกว่าครับ (รวมทั้งตัวผมเองด้วย ผมในที่นี้ก็คือ ผม microsoft นี่แหละครับ ยังเลิกไม่ได้เหมือนกัน อิอิ)

Previous articleEasyRecovery Professional กับการกู้ข้อมูลอย่างเซียน
Next articleบูตระบบ Windows Vista ให้เร็วขึ้นด้วยพลังของซีพียูหลายคอร์!
ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 12 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ