Home > Microsoft > วิธีแก้ปัญหา Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100%

วิธีแก้ปัญหา Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100%

วิธีแก้ปัญหา Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100% หรือเกือบเต็ม 100% คิดว่าหลายๆท่านคงเจอกันบ่อยๆ ทั้งๆที่เพิ่งติดตั้ง Windows และโปรแกรมใช้งานต่างๆเสร็จใหม่ๆ แต่พอได้ลองเปิด Windows Task Manager ขึ้นมาดู กลับพบว่าแท็บ Processes หรือ Performance ที่หัวข้อ Disk มีการทำงานอย่างหนัก โดยตัวเลขจะวิ่งแตะประมาณ 90-100% อยู่ตลอดเวลา และไม่มีทีท่าว่าจะลดการทำงานลงเลย ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวมทำงานได้ช้าลงไปด้วย

Note. เท่าที่สังเกต อาการเหล่านี้มักจะพบเจอได้บ่อยกับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คที่ใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูล แต่สำหรับอุปกรณ์บันทึกข้อมูลอย่าง SSD หรือ Solid State Drive นั้น มักจะไม่พบเจอปัญหาดังกล่าว ส่วนหนึ่งก็เพราะความรวดเร็วในการอ่าน/เขียน และการเข้าถึงข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

และเท่าที่ลองหาข้อมูล หลายแหล่งเขาแนะนำให้ทำการปิดเซอร์วิส Superfetch บ้าง, ปิด Windows Search บ้าง ก็ยังไม่ได้ผล ทั้งนี้ก็ต้องสำรวจพวก Windows Defender หรือแอนตี้ไวรัสอื่นๆด้วยว่ามีการทำงานสแกนไวรัสอยู่ด้วยหรือไม่

โดยปัญหาดังกล่าวเกิดจากฟีเจอร์ Optimize and Defragment ทำการจัดเรียงข้อมูลเป็นไปอย่างช้าๆภายใต้ Background ของระบบ เพื่อให้ข้อมูลสำคัญต่างๆที่กระจัดกระจายอยู่บนไดรฟ์ C และไดรฟ์อื่นๆมีความเป็นระเบียบ เพื่อให้การเรียกใช้งานทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคเครื่องไม่สูงก็อาจจะทำงานได้ช้าลงเช่นเดียวกัน

เนื้อหาเพิ่มเติม

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-01

ก่อนการแก้ไข ขณะที่มีอาการดังกล่าวของแท็บ Processes

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-02

แท็บ Performance

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-03

วิธีการแก้ไข (รองรับ Windows 8.1, Windows 8 และ Windows 7)

โดยเปิดหน้าต่าง Computer / This PC ขึ้นมา แล้วคลิกขวาไดรฟ์ C เพื่อเลือก Properties

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-04

แท็บ Tools -> Optimize and defragment drive คลิกปุ่ม Optimize

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-05

คลิกเลือกไดรฟ์ C แล้วคลิกปุ่ม Optimize

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-06

ให้รอจนกว่าจะมีการจัดเรียงข้อมูลเสร็จสิ้น

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-07

แล้วคลิกปุ่ม Change settings

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-08

เอาเครื่องหมายถูกออกหน้าหัวข้อ Run on a schedule (recommended) เพื่อไม่ให้มีการจัดเรียงข้อมูลในช่วงระยะเวลาที่กำหนดโดยระบบอีกต่อไป

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-09

แล้วหลังจากที่เราสั่งให้มีการจัดเรียงข้อมูลเสร็จเรียบร้อย ก็จะพบว่า Disk usage แทบจะนิ่งเป็น 0 เลยทีเดียว

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-10

นอกจากนี้เรายังสามารถบังคับปิดฟีเจอร์ Defrag ไม่ให้มีการทำงานแบบถาวรได้อีกด้วย โดยเข้าไปปิดการทำงานของ Scheduler ของตัว Defrag เองผ่านหน้าต่าง Computer Management โดยคลิกขวาที่ไอคอน This PC -> Manage

solve-windows-10-disk-usage-100-percent-11

ค้นหาหัวข้อ Defrag ซึ่งจะอยู่ภายใต้โฟลเดอร์ Task Scheduler -> Task Scheduler Library -> Microsoft -> Windows

สังเกตพาเนลด้านขวา สถานะของ ScheduledDefrag จะถูกกำหนดให้เป็น Ready ก็คือจะพร้อมทำงานอยู่ตลอดเวลา ก็ให้เราคลิกขวาเพื่อเลือก Disable แล้วหลังจากนี้ก็จะไม่มีการจัดเรียงข้อมูลด้วยฟีเจอร์ Defragment ขณะระบบทำงานอีกต่อไป

Note2. ฟีเจอร์ Defragment จะมีข้อดีตรงที่เมื่อผู้ใช้งานเรียกใช้ไฟล์หรือโปรแกรมใดขึ้นมาบ่อยหรือใช้งานไปเป็นระยะเวลานาน ข้อมูลต่างๆก็จะกระจัดกระจายไปเรื่อยๆ จะส่งผลทำให้การเรียกข้อมูลต่างๆใช้เวลานานขึ้นและทำให้เครื่องอืดขึ้นได้ ฟีเจอร์ตัวนี้จะคอยจดจำและคอยจัดเรียงข้อมูลที่ใช้งานบ่อยๆที่สุดไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและใช้งานได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งถ้าหากเราปิดฟีเจอร์ตัวนี้ไปก็ไม่เป็นเรื่องที่ดีเท่าที่ควร อย่างน้อยก็ควรจะเปิดการทำงานเพื่อจัดเรียงข้อมูล 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งหรือเดือนละ 1 ครั้งก็ยังดีครับ

เนื้อหาเพิ่มเติม


  Note. "ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้เว็บมาสเตอร์หรือเจ้าของเว็บไซต์ใด คัดลอกบทความหรือรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์อื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด"


วิธีแก้ปัญหา Windows 10 ใช้ Disk usage เต็ม 100% หรือเกือบเต็ม 100% คิดว่าหลายๆท่านคงเจอกันบ่อยๆ ทั้งๆที่เพิ่งติดตั้ง Windows และโปรแกรมใช้งานต่างๆเสร็จใหม่ๆ แต่พอได้ลองเปิด Windows Task Manager ขึ้นมาดู กลับพบว่าแท็บ Processes หรือ Performance ที่หัวข้อ Disk มีการทำงานอย่างหนัก โดยตัวเลขจะวิ่งแตะประมาณ 90-100% อยู่ตลอดเวลา และไม่มีทีท่าว่าจะลดการทำงานลงเลย ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบโดยรวมทำงานได้ช้าลงไปด้วย Note. เท่าที่สังเกต อาการเหล่านี้มักจะพบเจอได้บ่อยกับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คที่ใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูล แต่สำหรับอุปกรณ์บันทึกข้อมูลอย่าง SSD หรือ Solid State Drive นั้น มักจะไม่พบเจอปัญหาดังกล่าว ส่วนหนึ่งก็เพราะความรวดเร็วในการอ่าน/เขียน และการเข้าถึงข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง และเท่าที่ลองหาข้อมูล หลายแหล่งเขาแนะนำให้ทำการปิดเซอร์วิส Superfetch บ้าง, ปิด Windows Search บ้าง ก็ยังไม่ได้ผล ทั้งนี้ก็ต้องสำรวจพวก Windows Defender หรือแอนตี้ไวรัสอื่นๆด้วยว่ามีการทำงานสแกนไวรัสอยู่ด้วยหรือไม่ โดยปัญหาดังกล่าวเกิดจากฟีเจอร์ Optimize and Defragment ทำการจัดเรียงข้อมูลเป็นไปอย่างช้าๆภายใต้ Background ของระบบ เพื่อให้ข้อมูลสำคัญต่างๆที่กระจัดกระจายอยู่บนไดรฟ์ C และไดรฟ์อื่นๆมีความเป็นระเบียบ เพื่อให้การเรียกใช้งานทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคเครื่องไม่สูงก็อาจจะทำงานได้ช้าลงเช่นเดียวกัน เนื้อหาเพิ่มเติม 6 วิธีแก้ปัญหา Disk Usage ทำงานเต็ม 100% บน Windows 10 ก่อนการแก้ไข ขณะที่มีอาการดังกล่าวของแท็บ Processes แท็บ Performance วิธีการแก้ไข (รองรับ Windows 8.1, Windows 8 และ Windows 7) โดยเปิดหน้าต่าง Computer / This PC ขึ้นมา แล้วคลิกขวาไดรฟ์ C…

Review Overview

User Rating: 4.01 ( 32 votes)

About varietypc

บทความส่วนใหญ่บนเว็บไซต์ VarietyPC.net จะมีการนำเสนอบทความทั้งข้อความและรูปภาพประกอบที่ค่อนข้างละเอียด ส่วนหนึ่งก็เพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานมือใหม่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายและไม่เกร็งหรือกลัวที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เหมือนเวลาผมเข้าเว็บไซต์บางเว็บที่มีการอธิบายแบบลวกๆ อธิบายไม่เข้าใจ ทำให้งงเป็นไก่ตาแตกไปเป็นวันๆหรือยกเลิกที่จะทำไปเลยก็มี หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยส่วนใด สามารถสอบถามได้นะครับ
  • Samart Lumdee

    ผมลองมาทั้งคืน วิธีนี้สุดยอดจริงๆครับ แม้จะรอมัน optimize นานหน่อยก็เถอะ

    • Samart Lumdee

      ทำไมพอ restart เครื่องกลับมาเป็นเหมือนเดิมอ่ะครับ

      • ท่านได้เข้าไปแก้ส่วนไหนบ้างครับ

        • Samart Lumdee

          ผมทำตามที่เว็บนี้อแนะนำ ละก็ลองปิดพวก serach กับ superflecth ไปอ่ะครับ แต่ปัญหายังคงเดิม

        • Samart Lumdee

          ผมลองปิด MSI ก็แล้ว พอรีสตามคอมปุ๊ปกลับมาเป็นเหมือนเดิม
          แต่พอผมลอง optimize ไดว์ฟ มันก็จะกลับมาใช้งานได้ เหมือนผมต้องคอยoptimize ตลอดเลยอ่ะครับ

      • ถ้าไม่อยากให้ฟีเจอร์ตัวนี้ทำงานอีกในภายหลัง ก็ให้ disable ตัว ScheduledDefrag เอาไว้เลยครับ