แอพฯ สอบใบขับขี่ Driving Licence และเทคนิคสอบภาคปฏิบัติ 2561

0
อ่านแล้ว 220 ครั้ง
แอพฯ สอบใบขับขี่ Driving Licence และเทคนิคสอบภาคปฏิบัติ 2561
แอพฯ สอบใบขับขี่ Driving Licence และเทคนิคสอบภาคปฏิบัติ 2561
แอพฯ สอบใบขับขี่ Driving Licence และเทคนิคสอบภาคปฏิบัติ 2561

สำหรับบทความแอพฯ สอบใบขับขี่ Driving Licence และเทคนิคสอบภาคปฏิบัติ 2561 แอพฯ สอบใบขับขี่ Driving Licence ถือเป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นบนมือถือ, สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ที่น่าสนใจมากและช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับเพื่อนๆผู้ที่สนใจจะเตรียมตัวไปขอใบอนุญาตขับขี่รถยนต์, ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือใบอนุญาตขับขี่รถประเภทอื่นๆ (เรียกสั้นๆแบบติดปากว่า สอบใบขับขี่ นั่นเอง) ซึ่งจำนวนข้อสอบข้อเขียนที่มีให้ในแอพลิเคชั่นตัวนี้จะเป็นแนวข้อสอบข้อเขียนตัวเดียวกันสำหรับใช้ในการสอบเพื่อขอใบอนุญาตขับขี่รถยนต์, ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือใบอนุญาตขับขี่รถประเภทอื่นๆ

ในแอพฯ สอบใบขับขี่ Driving Licence ตัวนี้ เราสามารถเลือกสอบได้ครั้งละ 20 ข้อในแต่ละหมวดหมู่ หรือสอบครั้งละ 50 ข้อจากทุกหมวดหมู่ เทียบการสอบจริงจากข้อสอบของกรมการขนส่งทางบก (ในการเรียกใช้งาน ไม่ต้องต่ออินเตอร์เน็ตกับสมาร์ทโฟนก็ได้) โดยจะมีการสุ่มสอบจากข้อสอบทั้งหมดจำนวน 1,000 ข้อในทุกหมวดหมู่ที่แทบจะไม่ซ้ำกัน แต่อาจจะมีบางครั้งที่มีข้อสอบคล้ายคลึงกันบ้าง และข้อสอบบนแอพฯนี้จะมีเปอร์เซ็นต์ที่ออกสอบจริงประมาณ 90-95 % เลยทีเดียว (ที่เหลือก็สามารถอ่านได้ตามหนังสือคู่มือสอบใบขับขี่ หรือจากเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกเพิ่มเติมได้ เช่น การเช็คลมยาง ควรทำในขณะที่ยางยังเย็นอยู่, การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนทุก 3,000 – 5,000 กม. ซึ่งที่ผมสอบจริงครั้งแรก 2 หัวข้อนี้ไม่เจอในแอพฯ หรืออาจจะมีแต่ไม่เคยเจอ ส่วนการสอบครั้งที่ 2 มีในแอพฯทั้งหมด)

Note 1 สอบข้อเขียน. ถ้าไม่ได้อ่าน ไม่ได้ศึกษาข้อสอบข้อเขียนเอาไว้ก่อนเนิ่นๆก็อย่าหวังไปตายเอาดาบหน้าจากการสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่กรมการขนส่งทางบกครับ เพราะ % ที่จะผ่านเกณฑ์ 45 ข้อในครั้งเดียวนั้นมีน้อยมาก และถ้าไม่ได้เตรียมตัวไปเลย ก็อย่าหวังไปอ่านจากคู่มือสอบที่เขาแจกในวันที่มีการอบรมล่ะ เพราะมีเวลาอ่านไม่กี่ชม. ซึ่งอาจจะมีง่วงบ้าง ไม่มีสมาธิบ้าง จำได้แต่จำได้ไม่หมดครับ และเร็วๆนี้กรมการขนส่งทางบกจะปรับเปลี่ยนกฏหมายสำหรับเพื่อนๆผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่ใหม่ จากปกติ มีการอบรม 4 ชม. สอบข้อเขียน 50 ข้อ เปลี่ยนเป็น อบรม 8 ชม. สอบข้อเขียน 100 ข้อ (อาจจะต้องให้สอบได้เต็มร้อย และอาจจะเริ่มใช้ในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2558) และปี 2559 จะเปลี่ยนชั่วโมงการอบรมจาก 8 ชม. เป็น 12 ชม. หรือ 15 ชม. เรียกได้ว่า กว่าจะได้ใบขับขี่ต้องเข้าไปอบรมที่กรมการขนส่งทางบกแทบจะทั้งสัปดาห์เลยก็เป็นได้ (กรมการขนส่งทางบก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ แจ้งเตือนมาอย่างนี้ ใครอยากได้ข้อสอบน้อยๆ ก็รีบเตรียมตัวและไปสอบที่กรมการขนส่งทางบกใกล้บ้านท่านเสียก่อนเลยครับ)

Note 2 สอบปฏิบัติ. หลายๆท่านที่คิดว่าตัวเองขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์จนชำนาญบนถนนหลวงก็อาจต้องเตรียมตัวหรือศึกษาในเรื่องของการสอบ 3 ท่าหลักๆเช่น จอดเทียบฟุตบาท, ถอย 7 เกียร์ หรือการถอยหลังเข้าซอง และเดินหน้า-ถอยหลัง ทางแคบระยะทางยาว 9 เมตร (สำหรับรถยนต์) และการขับรถผ่านเครื่องหมายจราจร, ขับรถทางซิกแซก, ขับรถทรงตัวบนทางแคบ 30 เซ็นติเมตร ยาว 15 เมตร นานกว่า 10 วินาที (สำหรับจักรยานยนต์) ให้ดีๆ เพราะตกม้าตายในสนามสอบกันนักต่อนัก ทั้งนี้สามารถค้นหาจากคำบอกเล่าโดยผู้ที่มีประสบการณ์จากการสอบผ่านแล้วก็ได้ เวลาสอบให้ใจเย็นๆ ช้าๆไม่ต้องรีบ เดี๋ยวจะชงและลนจนสอบไม่ผ่าน ต้องเสียเวลาไปสอบแก้ตัวกันใหม่ในที่สุด

Driving-Licence-09
Driving-Licence-10

สอบภายใน 2 วัน ได้ 2 ใบ

google-play-store
app-store

Note 3. เห็นว่าแอพฯนี้เป็นประโยชน์ดี เพราะผมก็ไปสอบมาเมื่อวานนี้ วันพุธ (อบรม 4 ชม. + สอบปฏิบัติรถยนต์ช่วงเย็น) วันพฤหัสบดี (ช่วงเช้า สอบข้อเขียนรถยนต์ + สอบข้อเขียนรถจักรยานยนต์ (แยกสอบ) ข้อสอบ 50 ข้อ สุ่มมาจากจำนวนทั้งหมด 1,000 ข้อ และสอบปฏิบัติรถจักรยานยนต์ช่วงเที่ยง) ก็เลยอยากนำแอพฯที่น่าสนใจตัวนี้มาแนะนำต่อครับ (เล่นแอพฯนี้กันอยู่ 2 เดือน เพราะก่อนหน้านี้ไม่พร้อมที่จะไปสอบ) ท่านใดกำลังจะไปสอบใบขับขี่ ก็ขอให้โชคดี สอบผ่านรวดเดียวจบทุกท่านครับผม

เพิ่มเติม

การสอบภาคปฏิบัติ สำหรับ รถยนต์ ตรงนี้จะไม่มีสอนในการอบรม ผู้ควบคุมการสอบหรืออบรมจะอธิบายคร่าวๆเล็กๆน้อยๆเท่านั้น เพื่อนๆต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเอง หรือศึกษาข้อมูลด้านล่างนี้ได้เลย ผมสรุปเอาไว้ให้หมดแล้ว รับประกันผ่านรอบเดียวแน่นอนครับ (วันที่ไปสอบมีจำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็นจักรยานยนต์ 12 คน และรถยนต์ 18 คน โดยเฉพาะสอบปฏิบัติรถยนต์ ผ่านแค่ 7 คนเท่านั้น ที่เหลือรอสอบใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น วันไหนผ่านได้ถึง 5 คน ถือว่าเยอะแล้วครับ)

เทคนิค การจอดเทียบฟุตบาท ทุกความคิดเห็น แต่ผมใช้กระจกเล็กติดกระจกซ้ายและขวาช่วย เพราะจะช่วยให้มองเห็นด้านหลังจนเกือบถึงขอบประตูหน้าด้านล่าง และทดลองจอดติดฟุตบาทบนถนนจริง แล้วกะระยะด้วยสายตาระหว่างการนั่งหลังติดเบาะ มองลงไปที่มุมขอบล่างระหว่างฟุตบาทกับพื้นถนน แล้วสังเกตดูมุมด้านหน้าของรถว่าตรงกับส่วนใด หรือจะใช้แกนปัดน้ำฝนเป็นหลักก็ได้ (สายตา – แกนปัดน้ำฝน – มุมระหว่างฟุตบาทกับพื้นถนน) แล้วจดจำมุมนั้นเอาไว้เป็นหลักตลอดไปเลย
http://pantip.com/topic/30538513

เทคนิค การถอย 7 เกียร์ หรือการถอยหลังเข้าซอง ท่าปราบเซียนที่ใครๆก็ว่ายาก แม้จะขับรถเก่งขนาดไหน มาเจอสนามสอบกับท่านี้มีอันเป็นสั่นกันเลยทีเดียว แต่ถ้าได้ลองทำตามนี้ ถือว่าง่ายสุดๆ ตามความคิดเห็นที่ 5 จากเว็บบอร์ด thaimarch ถ้าได้เป๊ะแบบนี้ นั่งหลังติดเบาะ ไม่ต้องห่วงหน้า พะวงหลัง ด้านซ้ายหรือขวารถ เพราะการถอยจะใช้เกียร์ถอยหลัง และการสังเกตด้วยกระจกมองหลัง, กระจกซ้าย-ขวา, ให้ขนานกับเส้นจราจรซ้าย-ขวา แล้วสูดลมหายใจเข้า-ออกให้เต็มปอด เต็มที่ใช้แค่ 4 เกียร์ (ถ้ามีเวลาฝึกจนชำนาญ 2 เกียร์เหลือเฟือ) รับรองไม่มีถอยไปเกี่ยว ถอยไปชนเสา ไม่เบียดซ้าย ไม่ชิดขวา แต่รถจะอยู่ตรงกลางกรอบพอดี ผ่านชัวร์ (รถมินิ, รถเก๋ง, รถกระบะปิคอัพ ใช้วิธีเดียวกันหมด)
http://www.thaimarch.com/index.php?topic=6752.0
ตามความคิดเห็นที่ 5 เทียบวิดีโอคลิปชุดนี้
https://www.youtube.com/watch?v=fTU5uXQ3xY4

เทคนิค ขับรถเดินหน้า – ถอยหลัง ในทางแคบ ยาว 9 เมตร สำหรับท่านี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะทุกท่านที่ขับรถยนต์ก็ต้องขับเดินหน้าหรือถอยหลังกันตามปกติอยู่แล้ว
https://www.youtube.com/watch?v=LaEQ-bUQrUo

การสอบภาคปฏิบัติ สำหรับ รถจักรยานยนต์

ท่าที่ 1
https://www.youtube.com/watch?v=tVBLBXYxFSk

ท่าที่ 2
https://www.youtube.com/watch?v=nHPzm4YDp3E

ท่าที่ 3
https://www.youtube.com/watch?v=AHIESsLkBiA

ท่าที่ 4
https://www.youtube.com/watch?v=y4zDBZc-YoY

ท่าที่ 5
https://www.youtube.com/watch?v=fsxADDNZ3cQ

แต่ส่วนใหญ่จะใช้แค่ 3 ท่า ได้แก่ การขับรถผ่านเครื่องหมายจราจร, ขับรถทางซิกแซก, ขับรถทรงตัวบนทางแคบ 30 เซ็นติเมตร ยาว 15 เมตร นานกว่า 10 วินาที เป็นต้น

ก่อนจบบทความ ทั้งนี้ ผมขอแสดงความชื่นชมกับหน่วยงาน กรมการขนส่งทางบก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่ทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างน่าประทับใจมาก โดยเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนี้ เท่าที่สังเกตจากการที่ผมไปใช้บริการตลอดทั้ง 2 วัน (ไม่ได้ยื่นเรื่องล่วงหน้าด้วยนะครับ ยื่นวันนั้นทำวันนั้นเลย) จะบริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พยายามเคลียร์เรื่องต่างๆของประชาชนให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะหัวหน้าในหน่วยงานนี้ สามารถทำได้ทั้งเป็นเจ้าหน้าที่รับเรื่องเอง เป็นคนอบรมการสอบภาคทฤษฎีให้ประชาชนเอง (แต่ก็จะมีสลับเจ้าหน้าที่ท่านอื่นมาช่วยอบรมภาคทฤษฎีบ้าง เพราะท่านต้องสลับไปอบรมรถใหญ่ อย่างรถบรรทุก หรือรถพ่วงด้วย) หรือแม้แต่ควบคุมการสอบภาคปฏิบัติด้วยตนเอง ในช่วงเวลาพักเที่ยง เสร็จจากการอบรมช่วงเช้า ก็ต่อด้วยการเคลียร์สอบซ่อมภาคปฏิบัติสำหรับรถยนต์ และสอบขับรถจักรยานยนต์ต่อทันที อบรมช่วงบ่ายเสร็จก็ดูแลการสอบภาคปฏิบัติสำหรับคิวใหม่ในวันนั้นๆของช่วงเย็นต่อ ไม่ทราบว่าท่านเอาเวลาที่ไหนไปทานข้าว ส่วนเจ้าหน้าที่ท่านอื่นๆก็มีเวลาพักเที่ยงเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น กับการสลับกันไปทานข้าว เพื่อลดปัญหาประชาชนนั่งรอนาน เท่ากับว่า ประชาชนคนไหน ทำอะไรเสร็จก่อน ก็เร่งรีบเคลียร์รายนั้นให้เสร็จเร็วที่สุด ไม่มีประชาชนสะสมให้ต้องนั่งรอนาน ถ้าเทียบกับบางหน่วยงานแล้ว เวลา 12.00 – 13.00 น. ประชาชนต้องนั่งรอเท่านั้น ขอขอบพระคุณ พี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกๆท่านภายในหน่วยงานที่คอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทุกคน ใจดี และเป็นกันเอง มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

อ้อ เกือบลืม สำหรับเพื่อนๆที่อยู่จังหวัดใกล้เคียงหรือถ้าอยู่ใน กรุงเทพมหานคร ได้ข่าวว่า เพื่อนๆที่ทำเรื่องส่วนใหญ่มักจะต้องรอคิวสอบกันข้ามเดือน บางที่ก็รอคิวสอบกัน 3 เดือนก็มี ถ้าหากรอไม่ไหว ก็แวะมาสอบที่ กรมการขนส่งทางบก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ กันได้นะครับ เขารับวันละ 30 คนเท่านั้น

เก็บตก ภาพสนามสอบภาคปฏิบัติบางส่วน

Driving-Licence-111
Driving-Licence-112
Driving-Licence-113


คุณคิดเห็นอย่างไรกับข่าว/บทความนี้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.