วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

1
อ่านแล้ว 19,013 ครั้ง
วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast
วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

การเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วติดจรวดแบบ Windows 7 Super Fast !

จากครั้งที่แล้ว ทางเว็บ VarietyPC.net ได้นำเสนอวิธีการเพิ่มความเร็ว Windows 7 ไปแล้วกับระดับเบสิคหรือระดับพื้นฐาน ด้วยการช่วยเร่งความเร็วการชัตดาวน์เครื่องคอมพิวเตอร์, การเพิ่มความเร็วการแสดงผลรายการย่อยของเมนูสตาร์ท, การปิดการแจ้งเตือนพื้นที่ว่างฮาร์ดดิสก์ที่เหลือน้อย วันนี้ก็จะมาอีกสัก 1 บทความ กับการเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วติดจรวดแบบ Windows 7 Super Fast ! ด้วยการปิดฟีเจอร์ของระบบ Windows 7 ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานหรือลดระดับความสำคัญที่อาจจะไม่ค่อยได้ประโยชน์ แต่จะช่วยเพิ่มความเร็วการทำงานของระบบต่างๆให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ยังคงรักษาความสวยงามด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

Note. รองรับได้ทั้ง Windows 8, Windows 8.1 แต่ทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการที่กล่าวมา สำหรับบางหัวข้อจะไม่มีเหมือนในบทความที่นำเสนอด้วย Windows 7 ก็ให้ข้ามไป

ส่วน Windows 10 ดูได้จาก การเพิ่มความเร็ว Windows 10 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

1. เพิ่งพลังการบูตระบบ Windows 7

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

เริ่มจากวิธีเบสิคที่มีมาให้กับทุกระบบปฏิบัติการ Windows ก็จะเป็นการนำเอาคอร์ซีพียูทั้งหมดมาช่วยในเรื่องของการเร่งประสิทธิภาพการบูตระบบ

  • โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์คำสั่ง msconfig กด OK
  • ที่หน้าต่าง System Configuration คลิกแท็บ Boot -> Advanced options
  • ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าหัวข้อ Number of processors แล้วเลือกตัวเลขสูงสุดก็คือ จำนวนคอร์ในซีพียูที่เราใช้งานอยู่

2. การปิด Visual Effects

ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยให้หน้าตาของระบบ Windows 7 แสดงผลได้สวยงามขึ้น โดยขั้นตอนการปิดฟีเจอร์บางตัวของ Visual Effects ก็สามารถเรียกใช้งานได้โดยการกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R เพื่อเรียกหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์คำสั่ง Sysdm.cpl -> กด OK

หน้าต่าง System Properties จะถูกเปิดขึ้นมา ให้คลิกแท็บ Advanced

ที่หัวข้อ Performance คลิกปุ่ม Settings…

speed-up-windows-7-super-fast-02

ที่หน้าต่าง Performance Options เลือกหัวข้อ Custom:

speed-up-windows-7-super-fast-03

แล้วเอาเครื่องหมายถูกออกหน้าหัวข้อดังต่อไปนี้

  • Animate controls and elements inside windows
  • Animate windows when minimizing and maximazing
  • Animations in the taskbar and Start Menu
  • Fade or slide menus into view
  • Fade or slide ToolTips into view
  • Fade out menu items after clicking
  • Save taskbar thumbnail previews
  • Show shadows under mouse pointer
  • Show shadows under windows
  • Show translucent selection rectangle
  • Slide open combe boxes
  • Smooth-scroll list boxes

3. ปรับแต่งการแสดงผลบางส่วนใน Folder Options

speed-up-windows-7-super-fast-04

คลิกที่แท็บ View ที่รายการย่อยของหัวข้อ Advanced settings: เอาเครื่องหมายถูกออกหน้าหัวข้อดังต่อไปนี้

  • Display file size information in folder tips (แสดงผลข้อมูลขนาดไฟล์ต่างๆในโฟลเดอร์)
  • Hide extensions for known file types (ซ่อนนามสกุลประเภทของไฟล์และแฟ้มข้อมูล)
  • Show encrypted or compressed NTFS files in color (แสดงการเข้ารหัสหรือการบีบอัดไฟล์ด้วยสี เช่น สีน้ำเงินที่เราเห็นกันอยู่)
  • Show pop-up description for folder and desktop items (แสดงรายละเอียดของป๊อปอัพสำหรับโฟลเดอร์และรายการเดสก์ท็อป)
speed-up-windows-7-super-fast-05

4. ปิดเซอร์วิสที่ไม่จำเป็นของระบบ Windows …

speed-up-windows-7-super-fast-12

การเปิดหน้าต่าง Service เพื่อปิดการทำงานของเซอร์วิสที่ต้องการ โดยคลิก Start -> ที่ช่อง Start Search พิมพ์ services.msc (หรือจะใช้คีย์ลัด Windows + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run ก็ได้)

speed-up-windows-7-super-fast-06

ด้วยการดับเบิ้ลคลิกหัวข้อเซอร์วิสที่ต้องการ จนแสดงหน้าต่างคุณสมบัติดังรูปด้านล่าง

  • ที่หัวข้อ Startup type: เลือก Disabled หรือถ้าหากไม่อยากปิดการทำงานถาวร ก็เลือกหัวข้อ Manual เพื่อให้เราสามารถเปิดให้เซอร์วิสของระบบทำงานตามที่เราต้องการด้วยตัวเอง
  • ที่หัวข้อ Service status: คลิกปุ่ม Stop เพื่อให้เซอร์วิสดังกล่าวหยุดการทำงานทันที

(เลือกปิดเซอร์วิสที่ต้องการ ด้วยการ Disabled หรือ Manual -> Stop -> Apply -> OK

speed-up-windows-7-super-fast-07

รายการเซอร์วิสของระบบ Windows 7 ที่สามารถปิดการทำงานได้ ก็ได้แก่

  • Application Experience (จะทำหน้าที่ตรวจสอบและซ่อมแซมโปรแกรมที่มีปัญหา)
  • Computer Browser (ถ้าไม่ได้ใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นบนระบบ Network ก็สามารถปิดได้)
  • Desktop Window Manager Session Manager (ถ้าปิดหัวข้อนี้ และมีการใช้งานธีม Windows Aero อยู่ ก็จะกลายเป็นธีม Windows Classic ทันที)
  • Diagnostic Policy Service (จะเป็นตัวที่จะทำหน้าที่วิเคราะห์และช่วยตรวจสอบปัญหาของ Services และ Components ต่างๆ ของระบบ Windows)
  • Distributed Link Tracking Client (ทำหน้าที่ ดูแลไฟล์ NTFS ของระบบ Windows และเครื่องที่อยู่ในระบบเครือข่าย)
  • IP Helper (รองรับการใช้งาน IPv6 ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายกับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร เพราะคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ยังคงใช้ IPv4)
  • Offline Files (ถ้ามีการใช้งานไฟล์ร่วมกันบนระบบ Network และเมื่อใช้งานเสร็จ จะมีการเปรียบเทียบระหว่างไฟล์ใหม่และไฟล์เก่า ระบบก็จะมีการถามว่าต้องการให้มีการเขียนไฟล์ทับกันหรือไม่ ถ้าไม่ได้ใช้งานบนระบบ Network ก็สามารถปิดได้)
  • Portable Device Enumerator Service (จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการถ่ายโอนข้อมูลไฟล์มีเดียต่างๆระหว่าง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพา)
  • Print Spooler (ถ้ามีการใช้งานคอมพิวเตอร์ร่วมกันกับพริ้นเตอร์ หัวข้อนี้ไม่ควรปิด)
  • Protected Storage (จะทำหน้าที่ป้องกันการจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญและเป็นความลับ เช่น รหัสผ่านเพื่อป้องกันการเข้าใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต)
  • Remote Registry (ถ้าปิดส่วนนี้ จะทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในระบบ Network ไม่สามารถสั่งรีโมทระยะไกลมายังคอมพิวเตอร์เครื่องที่ปิดเซอร์วิสตัวนี้ได้)
  • Secondary Logon (จะคอยตรวจสอบสิทธิ์การเข้าใช้โดยผู้ใช้งานอื่นให้สามารถ Log on เข้าสู่ระบบได้)
  • Security Center (แปลตามตัวเลยก็คือ ศูนย์รักษาความปลอดภัย ตรงนี้ถ้าเรามีซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส ที่มีทั้งแอนตี้ไวรัสและไฟร์วอลล์ในตัวและเป็นซอฟต์แวร์ที่ดีกว่า ก็สามารถปิดการทำงานได้ ด้วยการเลือกเป็น Manual ก็ได้)
  • Server (ถ้าคอมพิวเตอร์ของเราไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย Network ก็สามารถปิดได้ ส่วนนี้จะไม่มีผลกับการใช้งานอินเตอร์เน็ต และจะเกี่ยวข้องกันกับหัวข้อ Computer Browser โดยถ้าสั่งปิดหัวข้อนี้ Computer Browser ก็จะต้องโดนบังคับปิดด้วย)
  • Tablet PC Input Service (จะทำหน้าที่ช่วยเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ Tablet PC, Pen Drive เป็นต้น)
  • TCP/IP NetBIOS Helper (ถ้าไม่ได้ใช้งานระบบเครือข่ายภายในบ้าน ในสำนักงาน หรือเครือข่าย Workgroup Network ก็สามารถปิดได้)
  • Themes (ถ้าไม่ได้ต้องการใช้งานธีม Windows Aero ก็สามารถปิดได้ แต่ระบบทั้งหมดจะแสดงผลเป็นรูปแบบธีม Windows Classic)
  • Windows Error Reporting Service (ถ้าไม่ต้องการให้ระบบรายงาน Error ต่างๆของระบบ)
  • Windows Media Center Service Launcher (ถ้าไม่ได้ใช้งานซอฟต์แวร์ Windows Media Center ก็สามารถปิดได้
  • Windows Search (ปกติถ้าไม่ได้ใช้ระบบค้นหาด้วย Windows Search ก็สามารถปิดได้)
  • Windows Time (ถ้าไม่ต้องการให้คอมพิวเตอร์มีการอัพเดตเวลาผ่านอินเตอร์เน็ต)

5. ปิด Startup item ที่ไม่จำเป็น

ที่หน้าต่าง System Configuration ด้วยการเรียกใช้งานผ่านคำสั่ง msconfig

speed-up-windows-7-super-fast-08

สังเกตได้ง่ายๆที่ Notification Area Icons มุมขวาล่างข้างนาฬิกา ซึ่งเครื่องของบางท่าน จะมีไอคอนเรียกใช้โปรแกรม และมันกำลังทำงานอยู่ หรือรอเรียกใช้งานอยู่เยอะทีเดียว

speed-up-windows-7-super-fast-15

ซึ่งตรงนี้ ถ้าสังเกตให้ดีกับตอนที่เพิ่งติดตั้ง Windows เสร็จใหม่ๆ จะรู้สึกว่าระบบการบูตเข้าสู่หน้าจอ Windows จะทำได้รวดเร็วมาก แต่พอติดตั้งโปรแกรมเยอะขึ้นๆ อย่างเช่น ผู้ใช้งานทั่วไป ที่มักจะติดตั้งโปรแกรมจากความเคยชินด้วยการกด Next -> Next และ Next อย่างเดียว โดยไม่สนใจประโยคคำถามหรือข้อความแจ้งเตือน ก็จะพบว่า Startup Item ในส่วนนี้ จะมีเยอะมาก ก็จะส่งผลกระทบต่อการบูตเข้าสู่ระบบใหม่ จะทำได้ช้าลง

speed-up-windows-7-super-fast-09

6. การปิด Sound Scheme

จะเป็นเสียงเริ่มต้นเข้าสู่หน้าจอ Windows ถ้าใครเคยใช้ Windows XP มาก่อน ก็คงจะคุ้นเคยกับเสียงดังกล่าวดี แต่สำหรับ Windows 7 จะมีเสียงมาแว็บเดียวเท่านั้น ตรงนี้เราก็สามารถปิดไปได้เช่นเดียวกัน เพราะไม่ค่อยมีความจำเป็นสักเท่าไร โดยเข้าไปที่ Control Panel -> คลิกหัวข้อ Sound

speed-up-windows-7-super-fast-10

ที่แท็บ Sounds -> หัวข้อ Sound Scheme: เลือกตัวเลือกเป็น No Sounds

speed-up-windows-7-super-fast-11

แต่วิธีในหัวข้อนี้ ส่วนใหญ่ควรใช้กับคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้สำหรับเปิดดูหนัง, ฟังเพลง เพราะถ้าปิดไป จะทำให้ไม่มีเสียง

7. จัดระเบียบไฟล์ข้อมูลด้วย Disk Defragmenter เสียบ้าง

เครื่องของท่านที่ใช้งานไปนานๆจะมีไฟล์ข้อมูลกระจัดกระจายบนฮาร์ดดิสก์เต็มไปหมด เมื่อต้องการเรียกไฟล์ที่ต้องการขึ้นมาใช้งาน ฮาร์ดดิสก์ก็จะทำงานนานขึ้น

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

โดยเรียก Disk Defragmenter ขึ้นมา

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

ทำการวิเคราะห์ไฟล์, โฟลเดอร์ทั้งหมด ในไดรฟ์นั้นๆ แล้วสั่งจัดเรียงข้อมูล รวมทั้งไดรฟ์อื่นๆก็ควรจะทำด้วย

8. ปิดการทำงานของเซอร์วิส Windows Search หรือ Indexing Options

เซอร์วิส Windows Search หรือ Indexing Options จะทำหน้าที่เก็บไฟล์ข้อมูลทั้งหมดในฮาร์ดดิสต์มาเรียบเรียงให้เป็นสารบัญของระบบ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถค้นหาไฟล์ในระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่เซอร์วิสตัวนี้จะทำงานเบื้องหลังและจัดทำสารบัญอยู่ตลอดเวลานี้ ก็เป็นข้อเสียสำหรับเครื่องของผู้ใช้ที่ใช้ฮาร์ดดิสต์ในการจัดเก็บข้อมูลในขณะใช้งาน

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

ลองเปิดหน้าต่าง Indexing Options ขึ้นมา

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

เครื่องของบางท่านอาจจะยังไม่ขึ้นสถานะ Indexing complete ตรงนี้ต้องรอให้ระบบ Windows จัดทำสารบัญให้เสร็จก่อน แต่ถ้าระบบทำสารบัญเสร็จแล้ว เราก็ไปปิดเซอร์วิสตัวนี้กัน

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

โดยคลิก Start -> พิมพ์คีย์เวิร์ด Services.msc เพื่อเปิดหน้าต่าง Services ขึ้นมา

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

เลื่อนสกอร์บาร์ลงมาด้านล่าง แล้วดับเบิ้ลคลิกเซอร์วิสที่ชื่อ Windows Search พร้อมกับตั้งค่า

Startup type: เลือก Disabled

Service status: เลือก Stopped

แล้วคลิก Apply -> OK

9. ปิดการทำงานของ Windows Gadget Platform

ตรงนี้แทบไม่มีความสำคัญอะไรต่อการใช้งานเลย แถมทำให้เครื่องหน่วงขึ้นด้วย โดยเฉพาะเวลาบูตระบบใหม่ จะสังเกตเห็นได้ชัด หรือเครื่องของบางท่านอาจจะไม่ได้โชว์ Gadget ตัวนี้เอาไว้ ก็ควรจะทำการลบออกด้วยเช่นเดียวกัน

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

ถ้าคลิกขวาที่ Context Menu จะพบกับหัวข้อ Gadget

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

ให้เปิดหน้าต่าง Programs and Features ขึ้นมา

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

แล้วคลิกหัวข้อ Turn Windows features on or off

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

แล้วเอาเครื่องหมายถูกออกหน้าหัวข้อ Windows Gadget Platform

10. ตั้งค่า High Performance เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ทอปจะช่วยทำให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด แต่สำหรับโน๊ตบุ๊คที่ต้องใช้ทำงานนอกสถานที่จะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

โดยเปิดหน้าต่าง Power Options ขึ้นมา

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

ค่ามาตรฐานจะถูกตั้งเป็น Balanced (recommended) ก็เปลี่ยนเป็น High performance แล้วคลิกหัวข้อ Change plan settings (หัวข้อนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้ เพราะปกติระบบจะตั้งเอาไว้ว่าถ้าไม่มีการอ่าน/เขียนข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ภายในระยะเวลา 20 นาที ตัวฮาร์ดดิสก์จะหยุดการทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ฮาร์ดดิสก์นั่นเอง)

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

คลิกหัวข้อ Change advanced power settings

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

เลือกหัวข้อ Hard disk -> Turn off hard disk after -> ตั้งค่าเป็น ” 0 ” (ศูนย์) แล้วกด Apply -> OK

11. ลบไฟล์ขยะของระบบออกด้วย Disk Cleanup

เมื่อใช้คอมพิวเตอร์ไปสักระยะหนึ่ง จะมีการเก็บสะสมไฟล์ขยะเอาไว้ ทำให้กินพื้นที่บนฮาร์ดดิสก์เยอะขึ้นเรื่อยๆ ไดรฟ์ที่ได้ติดตั้ง Windows 7 เอาไว้ก็จะเหลือพื้นที่ว่างลดลง การทำงานโดยรวมก็จะเริ่มช้าลง

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

โดยเปิดเครื่องมือ Disk Cleanup ขึ้นมา

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

ตรงนี้เครื่องของบางท่าน ถ้าไม่เคยลบไฟล์ขยะเลย จะใช้เวลาประมวลผลนานหน่อยนะครับ

วิธีเพิ่มความเร็ว Windows 7 ให้เร็วแรงแบบ Super Fast

เมื่อเปิดเข้ามา ก็ติ๊กเครื่องหมายถูกเลือกหัวข้อที่สำคัญ เช่น Downloaded Program File, Temporary Internet Files, Recycle Bin, Temporary files แล้วกด OK -> Delete Files

12. การลบไฟล์ขยะในโฟลเดอร์ Temp ด้วยแบทช์ไฟล์ทุกครั้งที่เปิดเครื่องใหม่

ตรงนี้ก็จะช่วยให้ระบบไม่มีการเก็บไฟล์ขยะค้างเอาไว้ในโฟลเดอร์ Temp เพราะเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง จะมีการลบไฟล์ขยะในโฟลเดอร์ Temp ทันที แต่ผมคงจะไม่ขอลงรายละเอียดเพิ่ม เพราะข้อมูลต่างๆอยู่ในลิงค์ดังกล่าวแล้วครับ

นอกเหนือจากตรงนี้ ถ้าหากเพื่อนๆยังติดปัญหาตรงส่วนใด ก็สามารถโพสต์ลงกล่องข้อความ Facebook Comment หรือจะใช้ Leave a Reply ทั้ง 2 ตัวด้านล่างก็ได้เช่นเดียวกันนะครับ ไว้เดี๋ยวอีกไม่นาน ผมจะเพิ่ม Recent Comment เอาไว้ที่แถบบาร์หรือ Widget ที่ขวามือของเว็บเอาไว้ให้ด้วย เผื่อท่านใดติดปัญหา แล้วโพสต์ผ่าน Leave a Reply ผมหรือเพื่อนท่านใดที่ผ่านไปมา ก็จะช่วยตอบปัญหากันได้ทันที ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมเว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ส่วนเสริม

เพิ่มเติม



คุณคิดเห็นอย่างไรกับข่าว/บทความนี้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.