วิธีแก้ปัญหา Error Code 0xC000000e บน Windows 10

0
อ่านแล้ว 188 ครั้ง
fix error code 0xc000000e windows 10
วิธีแก้ปัญหา Error Code 0xC000000e บน Windows 10

สำหรับวิธีแก้ปัญหา Error Code 0xC000000e บน Windows 10 ก็มีเพื่อนๆสอบถามเข้ามาที่เว็บกันเยอะเลย และเจอปัญหา Error Code 0xC000000e ตัวนี้กันเยอะมากกับปัญหาและวิธีการแก้ไขว่าจะทำอย่างไรให้ระบบ Windows 10 กลับมาใช้งานได้ดังเดิม ซึ่งสาเหตุของการเกิดปัญหา Error Code ดังกล่าวส่วนใหญ่จะเกิดจากการปิดหรือชัตดาวน์ระบบ Windows ที่ไม่สนิทแล้วดึงปลั๊กออก, ใช้งานอยู่แล้วเกิดไฟดับเครื่องคอมพิวเตอร์ดับกระทันหันเพราะไม่มีเครื่องสำรองไฟ ( UPS ), ปัญหาจากไวรัสภายในเครื่อง หรือแม้แต่การทำงานที่ไม่มีเสถียรภาพจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ตัวใดตัวหนึ่งนั่นเอง

ซึ่งอาการของ Error Code 0xC000000e ส่วนใหญ่จะเกิดขณะที่คอมพิวเตอร์กำลังทำการบูตเข้าสู่ระบบแต่ไม่สามารถบูตเข้าได้ แล้วจะมีการแสดงผลหน้าจอเป็นสีฟ้าค้างเอาไว้อย่างนั้นแถมยังทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากกดปุ่ม F8 เพื่อเข้าสู่หน้าจอ Start-up Settings เพื่อทำการแก้ไขและซ่อมแซมระบบในเบื้องต้น หรือทำได้แค่กดปุ่ม Power Switch ค้างไว้ให้เครื่องดับ หรือจะกดปุ่ม Reset เพื่อบูตระบบใหม่ (แต่ถ้าหากมีการกดปุ่ม Reset บ่อยๆนี่ จะมีปัญหาโดยตรงกับฮาร์ดดิสก์แน่ๆ) อีกทั้งหน้าจอดังกล่าวจะแสดงข้อความว่า

Recovery Your PC needs to be repaired A required device isn’t connected or can’t be accessed. Error code: 0xc000000e

พร้อมข้อความอธิบาย

You’ll need to use the recovery tools on your installation media. If you don’t have any installation media (like a disc or USB device), contact your system administrator or PC manufacturer.

หรือ

Recovery Your PC needs to be repaired The application or operating system couldn’s be loaded because a required file is missing or contains errors. File:\Windows\system32\winload.exe Error code: 0x000000e” ซึ่งถ้าเพื่อนๆเจอหน้าจอนี้ก็จะระบุตรงตัวเลยว่าไฟล์ Winload.exe มีปัญหาและการตรวจสอบจะทำได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้บนหน้าจอสีฟ้าเราจะไม่สามารถกดปุ่มใดๆหรือกดปุ่ม Enter ตามคำแนะนำ Press Enter to try again ได้อีกด้วย

ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาหน้าจอสีฟ้ากับข้อความ Error Code 0xC000000e ในบทความนี้ เราจะแก้ไขด้วยเครื่องมือ Command Prompt กับคำสั่ง Bootrec.exe ในหัวข้อ Startup Repair ทั้งนี้ก่อนที่ผู้ใช้งานหรือเจ้าของเครื่องจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องมีไฟล์ติดตั้ง Windows 10 ซึ่งเป็นไฟล์ .iso มาเขียนเป็นแผ่นติดตั้ง Windows (แผ่น DVD) หรือจะเรียกใช้งานผ่านแฟลชไดรฟ์ Windows 10 USB ก็ได้

Note. วิธีแก้ปัญหา Error Code 0xC000000E บน Windows 10 ในบทความนี้ สามารถนำไปใช้กับ Windows 8 ได้ด้วยนะครับ

โดยเริ่มแรกเมื่อมีแผ่น DVD สำหรับติดตั้ง Windows 10 หรือ Windows 10 USB แล้ว ก็ให้ไปตั้งค่าบูตด้วยแผ่น DVD หรือแฟลชไดรฟ์ในไบออส หรือจะสั่งบูตด้วย Boot Menu ก็ได้

แล้วจะเจอกับหน้าจอสีดำพร้อมข้อความระบุว่า Press any key to boot from CD or DVD… ตรงนี้ให้กดปุ่ม Enter หรือกดปุ่มใดๆก็ได้บนคีย์บอร์ด

พอถึงหน้าจอ Windows Setup ให้คลิก Next

คลิกหัวข้อ Repair your computer

ที่หน้าจอ Choose an option เลือกหัวข้อ Troubleshoot

เลือกหัวข้อ Startup Repair เพื่อให้ระบบลองสั่งซ่อมแซมระบบไฟล์โหลดเข้าระบบบางส่วนที่มีปัญหา

แล้วเลือกระบบปฏิบัติการที่เราใช้อยู่ โดยปกติแล้วสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปจะแสดงแค่ระบบปฏิบัติการเดียว นั่นก็คือ Windows 10

ระบบจะทำการวินิจฉัยดูว่าส่วนที่เสียหายนั้นมันเกิดจากอะไรได้บ้างแล้วจะทำการซ่อมแซมให้โดยอัตโนมัติได้เลยหรือไม่

ซึ่งตรงนี้กับรายงาน Startup Repair couldn’t repair your PC

Press “Advanced options” to try other options to repair your PC or “Shut down” to turn off your PC. พร้อมกับระบุล็อกไฟล์ Log file: C:\Windows\System32\Logfiles\Srt\SrtTrail.txt แสดงว่าอาการที่เกิดมันอาการหนัก และถ้าใครต้องการทราบรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีกว่าส่วนใดเสียหาย ก็ต้องทำการเปิดไฟล์ SrtTrail.txt ขึ้นมาดู แต่สำหรับมือใหม่แล้วจะเปิดไฟล์ดังกล่าวขึ้นมาอ่านได้อย่างไรล่ะ ก็ในเมื่อเข้าใช้งาน Windows ไม่ได้ ตรงนี้ก็ให้กดปุ่ม Advanced options

แล้วคลิกหัวข้อ Troubleshoot อีกครั้ง

เลือกหัวข้อ Command Prompt เพื่อเรียกใช้งานคอมมานด์ไลน์ดังต่อไปนี้

โดยพิมพ์คำสั่ง bootrec {วรรค} ตามด้วยพารามิเตอร์ต่อไปนี้ ดังรูปด้านบน

/fixmbr เรียกใช้คำสั่ง Boot Record แล้วแก้ไขระบบ Master Boot Record

/fixboot เรียกใช้คำสั่ง Boot Record แล้วทำการแก้ไขกระบวนการบูตใหม่

/scanos เรียกใช้คำสั่ง Boot Record แล้วสแกนระบบปฏิบัติการ

แล้วต่อด้วยคำสั่งต่อไปนี้ เพื่อสร้าง BCD หรือ Boot Configuration Data ขึ้นมาใหม่

bcdedit /export c:\BCD_Backup เป็นการ Export หรือนำไฟล์ bcdedit ไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ BCD_Backup

C: เปลี่ยนคอมมานด์พร้อมท์ไปที่ไดรฟ์ C

CD Boot เข้าไปที่ไดเรกทอรี่ Boot

Attrib bcd –s –h –r เรียกใช้คำสั่ง Attrib เพื่อกำหนดคุณลักษณะของไฟล์ BCD (-s จะเป็นการยกเลิก System file atribute (ยกเลิกการกำหนดให้เป็นไฟล์ระบบ)), (-h จะเป็นการยกเลิก Hidden file attribute (ยกเลิกการซ่อนไฟล์)), (-r จะเป็นการยกเลิก Read-only file attribute (ยกเลิกการกำหนดไฟล์ให้อ่านอย่างเดียว))

ren c:\boot\bcd bcd.old เป็นการ Rename หรือเปลี่ยนชื่อไฟล์ BCD ให้เป็น BCD.Old

bootrec /rebuildbcd จะเป็นการเรียกใช้คำสั่ง Bootrec ให้ทำการสร้าง BCD ขึ้นมาใหม่

ที่บรรทัด Add installation to boot list? ให้กด Y หรือ y ก็ได้

แล้วพิมพ์คำสั่ง Exit เพื่อออกจากหน้าต่าง Command Prompt

แล้วคลิกหัวข้อ Continue เพื่อทำการเริ่มทดลองบูตเข้าสู่ระบบใหม่ แล้วลองสังเกตดูว่าสามารถเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้ตามปกติหรือไม่ครับ

ทั้งนี้ เพื่อให้ชัวร์เพื่อให้แน่ใจ ก่อนออกจากหน้าต่าง Command Prompt ไป ควรสละเวลาอีกสักนิดเพื่อเรียกใช้เครื่องมือ System File Checker ขึ้นมาสแกนระบบ Windows ทั้งหมดดูอีกสักหน่อยว่ามีปัญหาอย่างอื่นเพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วยหรือไม่ ด้วยคำสั่ง sfc /scannow

รวมทั้งใช้คำสั่งเช็คดิสก์ chkdsk c: /f /r ดูด้วยว่าฮาร์ดดิสก์ของเรายังปกติดีหรือไม่ (เป็นการเรียกใช้คำสั่งเช็คดิสก์ที่ไดรฟ์ C: โดยระบุพารามิเตอร์ /f (Fixes errors on the disk ทำการแก้ไขข้อผิดพลาดบนดิสก์), /r (Locates bad sectors and recovers readable information ค้นหา Bad sectors และกู้คืนข้อมูลที่สามารถอ่านได้))

ปล. หากเพื่อนๆที่ประสบปัญหา Error Code 0xC000000e บน Windows 10 ทำการแก้ไขด้วยวิธีทั้งหมดด้านบนแล้วยังไม่หาย รบกวนแจ้งปัญหาของท่านไว้ที่ Comment ด้านล่างด้วยก็จะดีไม่น้อยครับ เผื่อทางเรา VarietyPC.net จะได้ช่วยหาทางออกเพิ่มเติมให้อีกแรง และยังเป็นการได้ช่วยเหลือเพื่อนๆท่านอื่นที่กำลังประสบปัญหาเดียวกันได้อีกด้วยนั่นเองครับผม

Previous articleหยุดการใส่ Hyperlink อัตโนมัติ ใน Microsoft Excel
Next articleรวม 200 คำสั่งเรียกใช้เครื่องมือผ่าน Run, Command Prompt
ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 12 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ