วิธีแก้ไข This site can’t be reached เปิดเว็บแล้วใช้เน็ตไม่ได้

0
อ่านแล้ว 2,489 ครั้ง

สำหรับบทความ วิธีแก้ไข This site can’t be reached เปิดเว็บแล้วใช้เน็ตไม่ได้ บังเอิญว่าวันนี้ออกไปทำธุระข้างนอกเสร็จ กลับมาจะเปิดคอมทำงานต่อ แต่พอเปิดเว็บเบราว์เซอร์ขึ้นมาก็ต้องประสบพบเจอกับ This site can’t be reached บน Google Chrome กดรีเฟรซหน้าจอยังไงก็ไม่หาย เปิดด้วย Mozilla Firefox ก็ไม่ได้ ก็เลยกะว่าจะลองเปิดเว็บเบราว์เซอร์เข้า Google จะหาวิธีแก้ไขปัญหา ก็ดันเจอข้อความเดิมอีก เอ้อ! ลืม! ว่าเว็บเบราว์เซอร์เปิดเว็บไม่ได้นี่หว่า ก็เลยพยายามหาวิธีแก้ไขให้ใช้งานได้ดังเดิม แม้จะเข้าอินเตอร์เน็ตไม่ได้ ก็เลยมาเจอวิธีแก้ไขเบื้องต้นวิธีนี้ได้ผลเลยครับ

Note. ปัญหา This site can’t be reached เปิดเว็บเบราว์เซอร์แล้วใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้ ส่วนใหญ่เกิดจาก DNS server ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตมีปัญหานั่นเอง

ด้วยการเปลี่ยนค่า IPv4 DNS address ที่อยู่ใน Netword connections ในระบบปฏิบัติการ Windows ที่เราใช้งานอยู่

โดยคลิกขวาไอคอน Network มุมขวาล่างของทาสก์บาร์ แล้วคลิกหัวข้อ Open Network and Sharing Center

สังเกตที่หัวข้อ Connections ดังรูป ให้คลิก Ethernet หรืออาจจะเป็นชื่ออื่นๆ

แล้วคลิกปุ่มกำหนดคุณสมบัติ Properties -> ดับเบิ้ลคลิกหรือคลิกหัวข้อ Internet Protocol Version 4 (TCP/IPv4) แล้วคลิกปุ่ม Properties

เมื่อหน้าต่างกำหนดคุณสมบัติถูกเปิดขึ้นมาให้คลิกเลือกหัวข้อ Use the following DNS server addresses พร้อมกับกำหนดค่า DNS server ซึ่งเป็นค่า DNS server ของ Google เป็นค่าดังต่อไปนี้

Preferred DNS server: 8.8.8.8
Alternate DNS server: 8.8.4.4
ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าหัวข้อ Validate settings upon exit เอาไว้ด้วย

แล้วคลิก OK หลังจากนี้ก็ลองเปิดหน้าเว็บเบราว์เซอร์เข้าเว็บไซต์ต่างๆดูใหม่

สำหรับวิธีแก้ไขนี้ หากเพื่อนๆท่านใดยังไม่เคยเจอปัญหาและไม่อยากเจอปัญหาเหล่านี้ ก็สามารถกำหนดค่า DNS server address เข้าไปในระบบไว้ก่อนได้เลย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับ

ในส่วนของการแก้ไขปัญหา This site can’t be reached บนเว็บเบราว์เซอร์ด้วยวิธีด้านบน หากเพื่อนๆทำตามวิธีดังที่กล่าวมาแล้วยังใช้ไม่ได้ผล ผมก็เตรียมอีก 4 วิธีการแก้ไขปัญหาไว้ให้ดังต่อไปนี้

วิธีที่ 2 รีสตาร์ทเซอร์วิส DNS client

โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์คำสั่ง services.msc กด OK

หาหัวข้อ DNS Client แล้วคลิกขวาเลือก Restart เพื่อทำการรีสตาร์ทเซอร์วิส DNS client ใหม่ แล้วลองเข้าเว็บด้วยเบราว์เซอร์ดูใหม่

วิธีที่ 3 ทำการรีเซ็ตค่า TCP/IP ด้วยหน้าต่าง Command Prompt (Admin)

โดยคลิกขวาที่ปุ่ม Start (โลโก้ Windows) แล้วกดปุ่มคีย์ลัด Windows + X เพื่อเรียกใช้ Power Users Menu ขึ้นมา เลือกหัวข้อ Command Prompt (Admin)

แล้วพิมพ์คำสั่งรีเซ็ตค่า DNS ดังต่อไปนี้ลงไปทีละบรรทัด ดังรูปตัวอย่าง

ipconfig /release
ipconfig /all
ipconfig /flushdns
ipconfig /renew
netsh int ip set dns
netsh winsock reset

เสร็จแล้วให้รีสตาร์ทเครื่องใหม่ 1 ครั้ง

วิธีที่ 4 รีเซ็ตค่าผิดพลาดในเว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome ให้กลับเป็นค่ามาตรฐาน

ในส่วนของผู้ใช้งานที่ชอบใช้เว็บเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome เป็นหลัก เมื่อการทำงานที่ผิดพลาดจากการประมวลผลของหน้าเว็บไซต์เองหรืออาจเป็นที่ระบบปฏิบัติการ Windows ที่เราใช้งานอยู่ด้วยก็ได้ ตัว Google Chrome ก็จะทำการจดจำค่าผิดพลาดบางอย่างมาเก็บเอาไว้ เราก็ต้องทำการรีเซ็ตของตัว Google Chrome ด้วยวิธีการดังนี้

โดยเปิด Google Chrome ขึ้นมา แล้วพิมพ์คำสั่ง chrome://flags ลงในช่อง Address bar กด Enter แล้วคลิกปุ่ม Reset all to default เพื่อคืนค่ามาตรฐาน

วิธีที่ 5 ติดตั้ง Google Chrome ใหม่

ด้วยการลบตัว Google Chrome ที่มีอยู่ในระบบออกก่อน โดยเข้าไปที่ Control Panel -> Uninstall a program

ทำการเปิดหน้าต่าง File Explorer ขึ้นมา เข้าไปยังพาธไดเรกทอรี่ดังต่อไปนี้

C:\Users\ชื่อเครื่องของเรา\AppData\Local\Google

แล้วทำการลบไฟล์หรือโฟลเดอร์ทั้งหมดที่อยู่ในโฟลเดอร์ Google

หลังจากนี้ก็เพียงแค่ดาวน์โหลดไฟล์ Google Chrome มาติดตั้งใหม่อีกครั้งครับ

  Note. "สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง VarietyPC.net เท่านั้น! ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้เว็บมาสเตอร์หรือเจ้าของเว็บไซต์ใด คัดลอกบทความหรือรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์อื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด"

Previous article10 วิธี เปิดหน้าต่าง Command Prompt บน Windows 10
Next articleการเพิ่ม Safe Mode ไว้ที่ Boot Menu สำหรับ Windows 10
ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 12 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ