5 วิธี ปิดการทำงาน Windows Defender บน Windows 10 อย่างถาวร

0
อ่านแล้ว 59,979 ครั้ง

5 วิธี ปิดการทำงาน Windows Defender บน Windows 10 อย่างถาวร

ช่วงนี้เว็บ VarietyPC.net ก็จะขออัพเดตเนื้อหาใหม่กันบ่อยหน่อยนะครับ ส่วนหนึ่งปีที่แล้วก็เว้นช่วงอัพเดตไปนานเลย ก็คงจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเรื่องราวไปทั้งเรื่องง่ายๆที่มือโปรอาจจะรู้อยู่แล้ว และเรื่องลึกๆยากๆที่มือใหม่ก็อยากรู้ อยากให้ที่นี่เป็นห้องสมุดแห่งการเรียนรู้สำหรับทุกคน ถ้าคิดเรื่องไหนหรือมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องอะไรก็เอาเรื่องนั้นก่อน เพื่อนๆคงไม่รำคาญผมนะ

สำหรับวิธีปิดการทำงาน Windows Defender อย่างถาวร ปกติถ้าเราติดตั้ง Windows 10 เสร็จเรียบร้อย ตัวโปรแกรม Windows Defender ก็จะเริ่มการทำงานโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกัน แต่สำหรับบางท่านมีแอนตี้ไวรัสที่ชื่นชอบอยู่แล้ว และอยากให้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวดังกล่าวทำงานตัวเดียว เพื่อจะได้ไม่ส่งผลต่อระบบโดยรวมให้ทำงานได้ช้าลงไป หรือใครไม่ชอบ Windows Defender เป็นการส่วนตัว ก็สามารถปิดการทำงานไปตลอดชีวิตเลยก็ได้

สำหรับวิธีปิดการทำงาน Windows Defender เท่าที่ผมคิดออกก็จะมี 5 วิธีด้วยกันดังนี้

วิธีที่ 1 ปิดการทำงาน Windows Defender ด้วย Group Policy

โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ด gpedit.msc

ที่เมนูด้านซ้าย เข้าไปที่ไดเรกทอรี่

Local Computer Policy -> Computer Configuration -> Administrative Templates -> Windows Component -> Windows Defender

แล้วดับเบิ้ลคลิกหัวข้อ Turn off Windows Defender ขึ้นมา

เลือกหัวข้อ Enabled เพื่อหยุดการทำงาน แล้วกด Apply -> OK

วิธีที่ 2 ปิดการทำงาน Windows Defender ด้วย Windows Registry

โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ด Regedit.exe

ที่เมนูด้านซ้ายเข้าไปที่ไดเรกทอรี่คีย์

HKEY_LOCAL_MACHINE \ SOFTWARE \ Policies \ Microsoft \ Windows Defender

ที่พาเนลขวา ปกติจะไม่มีคีย์ใดๆยกเว้น (Default) ให้ทำการสร้างคีย์ใหม่ชื่อ DisableAntiSpyware โดยคลิกขวาเลือก New -> DWORD (32-bit) Value แล้วตั้งชื่อเป็น DisableAntiSpyware

ดับเบิ้ลคลิกคีย์ที่สร้างขึ้นมาอีกครั้ง ให้เป็นค่าในช่อง Value data: จากเลข ” 0 ” เป็นเลข ” 1 ” แล้วกด OK + รีสตาร์ทเครื่องใหม่ 1 ครั้ง

วิธีที่ 3 ปิดการทำงาน Windows Defender ด้วย Task Scheduler

โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์คีย์เวิร์ด taskschd.msc

ที่เมนูด้านซ้ายเข้าไปที่ Task Scheduler Library -> Microsoft -> Windows -> Windows Defender

สังเกตทางขวาดับเบิ้ลคลิกหรือคลิกขวาหัวข้อ Windows Defender Scheduled Scan เลือก Properties

ที่แท็บ Conditions ให้ติ๊กถูกหน้าหัวข้อ Start the task only if the computer is idle for: แล้วกำหนดจำนวนชั่วโมงให้เยอะที่สุดเพื่อจะได้ไม่ถูกเรียกการใช้งานโดยระบบ

วิธีที่ 4 ปิดการทำงาน Windows Defender ด้วย Windows PowerShell

สำหรับเครื่องมือ Windows Powershell จะเป็นเครื่องมือคอมมานด์ไลน์ตัวใหม่ที่จะทำงานได้ดีกว่า Command Prompt ที่มีอยู่เดิมของไมโครซอฟต์ โดยจะมีการรวม Scripting Language และ Microsoft .Net Framework มาให้ในตัวของมันเองเลย ในส่วนของการปิดด้วยวิธีที่ 4 ตรงนี้ก็จำเป็นต้องใช้คอมมานด์ไลน์ในการบังคับการเปิดหรือปิดให้ Windows Defender ทำงาน

โดยคลิกเมนูสตาร์ทแล้วพิมพ์คีย์เวิร์ด powershell -> เลือกเปิดการทำงานด้วยสิทธิ์ Administrator

แล้วพิมพ์คำสั่งปิดการทำงาน Windows Defender ด้วยคำสั่ง

Set-MpPreference -DisableRealtimeMonitoring $true

แต่ถ้าต้องการเปิดการทำงานก็ใช้คำสั่ง

Set-MpPreference -DisableRealtimeMonitoring $false

วิธีที่ 5 ปิดการทำงาน Windows Defender ด้วย NoDefender

โดยเครื่องมือ NoDefender ถูกคิดโดยเว็บไซต์ winaero.com จะทำมาเพื่อปิด Windows Defender โดยเฉพาะ และไม่ต้องเข้าให้ซับซ้อนเหมือน 4 วิธีที่ผมได้นำเสนอไปแล้วนั้น ก็จะง่ายและสะดวกกว่าเดิมครับ

วิธีการใช้งานก็เพียงแค่ดับเบิ้ลคลิกเปิดโปรแกรม NoDefender ขึ้นมา แล้วคลิกปุ่ม Open Windows Defender Settings

หน้าต่าง Settings จะถูกเปิดขึ้นมาบนหัวข้อ Windows Defender ตรงนี้ให้เราปิดการทำงานทั้ง 3 หัวข้อ ได้แก่ Real-time protection, Cloud-based Protection และ Sample submission

แล้วกดปุ่ม Disable Windows Defender 1 ครั้ง -> คลิก Next ต่อ

ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ

  Note. "สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง VarietyPC.net เท่านั้น! ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้เว็บมาสเตอร์หรือเจ้าของเว็บไซต์ใด คัดลอกบทความหรือรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์อื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด"

Previous article2 วิธีลบไฟล์ขยะในโฟลเดอร์ Recent Documents บน Windows 10
Next articleไมโครซอฟท์เปิดให้ดาวน์โหลด Windows 10 Build 15019 กันแล้ว
ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 12 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ