Home > Microsoft > 4 วิธี การเปิด-ปิด Blue Screen of Death รีสตาร์ทอัตโนมัติ บน Windows 10

4 วิธี การเปิด-ปิด Blue Screen of Death รีสตาร์ทอัตโนมัติ บน Windows 10

สำหรับการหยุดเวลาดูโค้ดจอฟ้า Blue Screen บน Windows 10 ส่วนใหญ่ในขณะที่เราใช้งานคอมพิวเตอร์กันตามปกติ แล้วเกิดเจออาการคอมพิวเตอร์ดันรีสตาร์ทเครื่องใหม่โดยอัตโนมัติ และขณะที่เครื่องรีสตาร์ทขึ้นมาใหม่จะพบกับหน้าจอฟ้าหรือ Blue Screen of Death ขึ้นมาแว็บนึง เพื่อแจ้งปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้จากตัวซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ แต่ชั่ววินาทีนั้น เราไม่สามารถมองโค้ดดังกล่าวได้ทัน จึงไม่รู้แน่ว่ามันเกิดจากอะไร ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก่อนการเริ่มแก้ปัญหา เราก็ต้องทำให้หน้าจอฟ้าที่โผล่ขึ้นมาแว็บเดียวนั้นได้โชว์ค้างเอาไว้เลยด้วย 4 วิธีการดังต่อไปนี้

วิธีที่ 1 การเปิด-ปิด BSOD กับการรีสตาร์ทอัตโนมัติด้วย Startup and Recovery

โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R พิมพ์คำสั่ง SystemPropertiesAdvanced.exe แล้วกด OK

ก็จะโชว์แท็บ Advanced ภายใต้หน้าต่าง System Properties ขึ้นมา แล้วคลิกปุ่ม Settings ในหัวข้อ Startup and Recovery

แล้วเอาเครื่องหมายถูกออกหน้าหัวข้อ Automatically restart -> คลิก OK

วิธีที่ 2 การเปิด-ปิด BSOD กับการรีสตาร์ทอัตโนมัติด้วย Command Prompt

โดยเปิดหน้าต่าง Command Prompt ขึ้นมาด้วยสิทธิ์ Admin ( Run as administrator )

โดยคำสั่งสำหรับเปิดการทำงานของ Automatically Restart (จะโชว์ BSOD แว็บนึงแล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่) ก็คือ

wmic RecoverOS set AutoReboot = True

และคำสั่งสำหรับปิดการทำงานของ Automatically Restart (จะค้างหน้าจอ BSOD เอาไว้) ก็คือ

wmic RecoverOS set AutoReboot = False

วิธีที่ 3 การเปิด-ปิด BSOD กับการรีสตาร์ทอัตโนมัติด้วย Registry Editor

โดยการเปิดหน้าต่าง Registry Editor ขึ้นมา ทำได้โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R แล้วพิมพ์คำสั่ง Regedit.exe แล้วเข้าไปที่โฟลเดอร์คีย์ดังต่อไปนี้

HKEY_LOCAL_MACHINE \ SYSTEM \ CurrentControlSet \ Control \ CrashControl

แล้วสร้างคีย์ใหม่ประเภท DWORD (32-Bit) Value พร้อมกับตั้งชื่อเป็น AutoReboot

กำหนดค่าให้ Value data: ให้เป็น

0 = เป็นการปิดการทำงานให้ Automatically Restart (จะค้างหน้าจอ BSOD เอาไว้)

1 = เป็นการเปิดการทำงานให้ Automatically Restart (จะโชว์ BSOD แว็บนึงแล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่)

วิธีที่ 4 การเปิด-ปิด BSOD กับการรีสตาร์ทอัตโนมัติด้วย Advanced Startup Settings

โดยคลิกเมนูสตาร์ท -> ปุ่มชัตดาวน์ แล้วกดปุ่ม Shift ค้างเอาไว้ พร้อมกับกดปุ่ม Restart

เลือกหัวข้อ Troubleshoot

เลือกหัวข้อ Advanced options

เลือกหัวข้อ Startup Settings

คลิกปุ่ม Restart

ตรงหน้าต่าง Startup Settings ให้กดปุ่มเลข 9 บน Numpad หรือกดปุ่ม F9 เพื่อเลือกหัวข้อ Disable automatic restart after failure แล้วหลังจากนี้ระบบจะทำการรีสตาร์ทเข้าสู่หน้าจอเดสก์ทอปต่อไป


  Note. "ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้เว็บมาสเตอร์หรือเจ้าของเว็บไซต์ใด คัดลอกบทความหรือรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์อื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด"


สำหรับการหยุดเวลาดูโค้ดจอฟ้า Blue Screen บน Windows 10 ส่วนใหญ่ในขณะที่เราใช้งานคอมพิวเตอร์กันตามปกติ แล้วเกิดเจออาการคอมพิวเตอร์ดันรีสตาร์ทเครื่องใหม่โดยอัตโนมัติ และขณะที่เครื่องรีสตาร์ทขึ้นมาใหม่จะพบกับหน้าจอฟ้าหรือ Blue Screen of Death ขึ้นมาแว็บนึง เพื่อแจ้งปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้จากตัวซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ แต่ชั่ววินาทีนั้น เราไม่สามารถมองโค้ดดังกล่าวได้ทัน จึงไม่รู้แน่ว่ามันเกิดจากอะไร ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก่อนการเริ่มแก้ปัญหา เราก็ต้องทำให้หน้าจอฟ้าที่โผล่ขึ้นมาแว็บเดียวนั้นได้โชว์ค้างเอาไว้เลยด้วย 4 วิธีการดังต่อไปนี้ วิธีที่ 1 การเปิด-ปิด BSOD กับการรีสตาร์ทอัตโนมัติด้วย Startup and Recovery โดยกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R พิมพ์คำสั่ง SystemPropertiesAdvanced.exe แล้วกด OK ก็จะโชว์แท็บ Advanced ภายใต้หน้าต่าง System Properties ขึ้นมา แล้วคลิกปุ่ม Settings ในหัวข้อ Startup and Recovery แล้วเอาเครื่องหมายถูกออกหน้าหัวข้อ Automatically restart -> คลิก OK วิธีที่ 2 การเปิด-ปิด BSOD กับการรีสตาร์ทอัตโนมัติด้วย Command Prompt โดยเปิดหน้าต่าง Command Prompt ขึ้นมาด้วยสิทธิ์ Admin ( Run as administrator ) โดยคำสั่งสำหรับเปิดการทำงานของ Automatically Restart (จะโชว์ BSOD แว็บนึงแล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่) ก็คือ wmic RecoverOS set AutoReboot = True และคำสั่งสำหรับปิดการทำงานของ Automatically Restart (จะค้างหน้าจอ BSOD เอาไว้) ก็คือ wmic RecoverOS set AutoReboot = False วิธีที่…

Review Overview

About varietypc

บทความส่วนใหญ่บนเว็บไซต์ VarietyPC.net จะมีการนำเสนอบทความทั้งข้อความและรูปภาพประกอบที่ค่อนข้างละเอียด ส่วนหนึ่งก็เพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานมือใหม่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายและไม่เกร็งหรือกลัวที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เหมือนเวลาผมเข้าเว็บไซต์บางเว็บที่มีการอธิบายแบบลวกๆ อธิบายไม่เข้าใจ ทำให้งงเป็นไก่ตาแตกไปเป็นวันๆหรือยกเลิกที่จะทำไปเลยก็มี หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยส่วนใด สามารถสอบถามได้นะครับ