“เอซุส” ทุบสถิติโอเวอร์คล็อกระดับโลก 5 รายการ โดยมาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV Black Edition

0
อ่านแล้ว 2,652 ครั้ง
ROG Rampage IV Black Edition
มาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV Black Edition

“เอซุส” ทุบสถิติโอเวอร์คล็อกระดับโลก 5 รายการ โดยมาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV Black Edition

ทีมวิศวกรและนักโอเวอร์คล็อกชื่อดังรวมตัวกันเพื่อพิชิตสถิติโลกใหม่ในงาน OC Main Event ในการประชุม Developer Forum ของอินเทล ณ เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

ซานฟรานซิสโก, สหรัฐอเมริกา (13 กันยายน 2556)

“เอซุส” ผู้นำนวัตกรรมสินค้ามาเธอร์บอร์ดที่มียอดขายอันดับหนึ่งและได้รับรางวัลมากที่สุดของโลก ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการโอเวอร์คล็อกอีกครั้งด้วยการทำลายสถิติโลกถึง 5 รายการ โดยมาเธอร์บอร์ดสายพันธุ์แชมเปี้ยนอย่าง ROG (Republic of Gamers) รุ่น Rampage IV Black Edition ในงาน OC Main Event ของการประชุม Intel® Developer Forum (IDF 2013) ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV Black Edition เป็นการผสานความแรงจากกราฟฟิกส์การ์ดเทคโนโลยีสุดล้ำ ASUS GeForce® GTX Titan เข้ากับโปรเซสเซอร์ Core i7 Extreme Edition เจนเนอเรชั่นที่ 4 จาก Intel® พร้อมด้วยหน่วยความจำทรงพลังอย่าง Corsair Vengeance® Extreme และ Dominator® Platinum DDR3 โดยสถิติใหม่ดังกล่าวเป็นการสร้างผลงานโดยทีมวิศวกรวิจัยพัฒนาของ ROG และนักโอเวอร์คล็อกชื่อก้องระดับอินเตอร์ที่มาร่วมทุบสถิติโลกด้วยคะแนนสูงสุดบนโปรแกรมต่างๆ มากมาย อาทิ 3DMark® 11Entry, 3DMark® 11 Performance, 3DMark® Fire Strike, Cinebench, และบนความถี่หน่วยความจำแบบ 4 ช่องทาง (Quad-Channel Memory Frequency)

Jackie-Hsu-ASUS-Corporate-Vice-President-and-General-Manager-of-Worldwide-Sales-with-ROG-RAMPAGE-IV-BLACK-EDITION

มร. แจ็คกี้ ซู รองประธานฝ่ายองค์กรของเอซุส และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายทั่วโลก กลุ่มธุรกิจโอเพ่น แพลทฟอร์ม กล่าว “ความสำเร็จจากผลงานล่าสุดในการโอเวอร์คล็อกของทีมเอซุสที่ OC Main Event San Francisco นี้ เป็นบทพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมที่เอซุสเป็นผู้คิดค้น อีกทั้งยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของทีมวิจัยและพัฒนาของเราที่ประกอบไปด้วยนักโอเวอร์คล็อกมือฉมังและผู้รู้จริงจากวงการ อันเป็นบุคลากรที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และความสามารถอย่างแท้จริง”

มร. ซาเวียร์ ลอเร้นท์ ผู้อำนวยการด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ของ Corsair กล่าวเพิ่มเติม “ในฐานะบริษัทฯ ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์โดยกลุ่มคนผู้เชี่ยวชาญและนักโอเวอร์คล็อกชื่อดังระดับโลก ซึ่งถือเป็นความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์ที่มีพื้นฐานแนวคิดและความเข้าใจตรงกัน ทำให้เอซุสและอินเทลสามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการทำลายสถิติโอเวอร์คล็อกระดับโลกโดยใช้ Corsair Dominator Platinum และหน่วยความจำ Vengeance Pro Memory ความสำเร็จของงาน OC Main Event ในการประชุมที่เมืองซานฟรานซิสโกนี้ จึงถือเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของชุมชนนักโอเวอร์คล็อกและวิศวกรผุ้เชี่ยวชาญที่จะช่วยผลักดันพันธสัญญาของเราในการเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมเกมมิ่งให้เกิดพัฒนาการที่ดียิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต”

ทุบสถิติโลกถึง 5 รายการ ด้วยประสิทธิภาพการโอเวอร์คล็อกที่น่าเกรงขาม

เอซุสได้เชิญโอเวอร์คล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกทีม ROG ในงานนี้ ได้แก่ 8 Pack, Dumo, Fugger, Gunslinger และ Rbuass สมทบโดยตัวแทนจากทีมวิศวกรของ ROG ได้แก่ Coolice, Raja และShamino เพื่อสร้างทัพนักโอเวอร์คล็อกที่เข้มแข็งและน่าเกรงขามที่สุด โดยในทีมประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านโอเวอร์คล็อกอย่างหาตัวจับยาก รวมถึงผ่านประสบการณ์ในการแข่งขันมาอย่างโชกโชน มีความสามารถในการรีดประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ออกมาได้แบบเกินพิกัดในเวทีต่างๆ มาแล้วทั่วโลก

ทั้ง 8 Pack, Gunslinger, Rbuass และ Shamino ต่างร่วมกันสร้างสถิติใหม่อันน่าประทับใจ บนโปรแกรม 4-way SLI™ 3DMark® ซึ่งเป็นเบนช์มาร์คที่ยากมาก ด้วยคะแนนสูงสุดในโลกที่ E39244 ในโหมด 3Dmark 11 Entry, P39629 คะแนนในโหมด 3Dmark 11 Performance และ 33704 คะแนนในโหมด Fire Strike นอกจากนี้ Fugger และ Raja ยังได้แท้กทีมกันทุบสถิติเก่าบนโปรแกรม Cinebench ที่ 17.65 pts ในหมวด 6 Core ในขณะที่ Coolice และ Dumo ซึ่งร่วมกับ Corsair® ได้สร้างสถิติการโอเวอร์คล็อกบนหน่วยความจำ Vengeance® Extreme DDR3 DIMMs 4 ตัว ซึ่งทะยานความเร็วถึง 3,900MHz ถือเป็นสถิติโลกใหม่ในหมวด Quad-Channel Frequency

เกิดมาเพื่อเกมโดยเฉพาะ กับการโอเวอร์คล็อกที่เหนือชั้นอย่างไร้คู่แข่ง

มาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV Black Edition อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเฉพาะจากเอซุสที่ส่งมอบสมรรถนะอันล้ำหน้า พร้อมฟีเจอร์ที่นักโอเวอร์คล็อกต่างใฝ่ฝัน ช่วยให้คอเกมสุดระห่ำและนักโอเวอร์คล็อกระดับพระกาฬสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องพีซีได้อย่างใจสั่ง ด้วยภาคจ่ายไฟดิจิตอล Extreme Engine DIGI+ III ที่ใช้ระบบ Voltage-regulator module (VRM) ช่วยสร้างเสถียรภาพที่เหนือชั้นพร้อมความแม่นยำในการส่งกำลังไฟเข้าสู่อุปกรณ์ รวมถึงแผงควบคุม OC Panel ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการอัจฉริยะที่สามารถใช้จุนระบบได้อย่างง่ายดาย และเทคโนโลยี SupremeFX Audio Solution ให้คุณภาพเสียงเต็มอรรถรสเช่นเดียวกับซาวด์การ์ดในระดับไฮเอ็นด์

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม หรือพูดคุยเกี่ยวกับงานโอเวอร์คล็อก IDF OC Main Event 2013 ณ เมืองซานฟรานซิสโกได้ที่ Facebook.com/ASUS.DIY

  Note. "สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง VarietyPC.net เท่านั้น! ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้เว็บมาสเตอร์หรือเจ้าของเว็บไซต์ใด คัดลอกบทความหรือรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์อื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด"

Previous article“Asus” ส่งท้ายไตรมาส 3 ยกทัพสินค้าทุ่มโปรโมชั่นร้อน…ร้อน ในงาน “Magic Day 2013”
Next articleโซนีไทยเปิดตัว SONY VAIO Tap 11 วินโดวส์แท็บเล็ทพีซี
ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 12 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ