การเพิ่มโฟลเดอร์เอาไว้ที่ Send to Menu บน Windows 10

0
add folder to send to menu windows 10
การเพิ่มโฟลเดอร์เอาไว้ที่ Send to Menu บน Windows 10

สำหรับบทความ การเพิ่มโฟลเดอร์เอาไว้ที่ Send to Menu บน Windows 10

โดยเจ้าตัว Send to Menu ที่ว่านี้จะเห็นได้เมื่อเราคลิกขวาบนไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการ หลักๆก็เพื่อสร้างทางลัดหรือ Shortcuts ไปยังตำแหน่งปลายทาง เช่น บนหน้าจอเดสก์ทอป เพื่อสร้างทางลัดให้สามารถเปิดไฟล์, โฟลเดอร์เหล่านั้นในครั้งต่อไปให้ทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ค่ามาตรฐานที่ถูกสร้างขึ้นมาหลังจากการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 กับตัวเลือกใน Send to Menu จะมีไม่กี่ตัวเลือก และปกติเวลาเราจะเปิดหาไฟล์งานหรือโฟลเดอร์ที่เก็บงานไว้ ก็ต้องคลิกไปหลายขั้นตอน หรือแม้แต่จะทำการก็อบปี้ไฟล์, โฟลเดอร์ไปไว้ไดรฟ์อื่นๆก็ต้องเปิด 1-2 หน้าต่างเพื่อทำการก็อบปี้ไฟล์ไป-มา ดังนั้นจะดีกว่ามั้ย ถ้าเรามีโฟลเดอร์ที่เราต้องการไม่ว่าโฟลเดอร์นั้นๆจะอยู่ในไดรฟ์ไหนก็ตาม มาถูกเก็บไว้ใน Send to Menu เลย เพื่อให้การก็อบปี้ไฟล์, โฟลเดอร์สามารถทำได้สะดวกขึ้น

สำหรับการเพิ่มโฟลเดอร์เอาไว้ที่ Send to Menu บน Windows 10 ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

ด้วยการกดปุ่มคีย์ลัด Windows + R เพื่อเปิดหน้าต่าง Run ขึ้นมา แล้วพิมพ์คำสั่ง Shell:sendto

แล้วคลิกขวาบนพื้นที่ว่างๆในหน้าต่าง SendTo เพื่อเลือก New -> Shortcut

คลิกปุ่ม Browse เพื่อเลือกไดรฟ์หรือโฟลเดอร์ปลายทางที่เราต้องการก็อบปี้ไฟล์หรือโฟลเดอร์ผ่าน Send to Menu ในภายหลัง

ในที่นี้ผมจะเลือกเป็นไดรฟ์ E:\

แล้วตั้งชื่อให้แสดงใน Send to Menu ได้ตามต้องการ

พอกลับมาดูในหน้าต่าง SendTo ก็จะพบว่ามีไดรฟ์ที่เราเพิ่มไว้มาอยู่ใน Send to Menu แล้ว

แล้วลองคลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการ ก็จะพบว่ามีไดรฟ์ที่เราได้เพิ่มไว้มาอยู่ใน Send to Menu เรียบร้อยแล้วครับ

Previous articleวิธีใส่โลโก้และรายละเอียด OEM Information บน Windows 10
Next articleการสั่งชัตดาวน์ Windows 10 แบบตั้งเวลาด้วย Command Prompt
ส่วนตัวชื่นชอบการเขียน, พัฒนาซอร์สโค้ดเว็บไซต์เป็นชีวิตจิตใจ ตลอดจนถึงอัพเดตเนื้อหาทริค, เทคนิคคอมพิวเตอร์ และข่าวสารเทคโนโลยีทุกอย่าง นอกเหนือจากการเคลียร์งานหลักเสร็จเรียบร้อย ก็จะมาทิ้งชีวิตให้กับ VarietyPC.net กันต่อแทบทุกวัน แต่บางครั้งอาจจะไม่ได้อัพเดตเนื้อหา เพราะต้องพัฒนาระบบการจัดการ Backend หลังบ้านไปด้วยและมีคนทำเพียงคนเดียว แม้จะไม่ได้รับผลตอบแทนจากแหล่งใดๆก็ตาม ตอนนี้เว็บไซต์เล็กๆแห่งนี้ก็ใกล้ย่างเข้าปีที่ 12 แล้วครับ และจะยังคงอยู่แชร์ความรู้กับพี่น้อง เพื่อนๆคนไทย และทั่วโลกตลอดไปครับ