# Notification.
Notification

Author Topic: เรื่องการถอดแบตเตอรี่ Notebook  (Read 4277 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline zakalaxy

  • VPC Member
  • *
  • Posts: 14
    • View Profile
ความคิดผมนะ การถอดแบตเตอรี่เพื่อลดอาการแบตเสื่อม เวลาไฟตกฮาร์ดดิสก์เราจะไม่เสียก่อนเหรอครับ เพราะการที่มีแบตเตอรี่ก็เหมือนการมี UPS ใช่ไหมครับ ขอคำชี้แนะหน่อยครับ

Offline microsoft

  • Administrator
  • *****
  • Posts: 8651
    • View Profile
    • VarietyPC.Net
ก็มีส่วนดีครับกับการใส่แบตโน้ตบุคเอาไว้ แต่หากแบตเสื่อมขึ้นมา ก็ต้องซื้อแบตใหม่อยู่ดี และแบตส่วนใหญ่ จะได้ประกัน 6 เดือน ราคาก็ไม่น่าจะหนี UPS สักเท่าไร แต่ UPS จะได้ประกันตัวเครื่อง 2 ปี และชุดแบตก้อนข้างในประกันก้อนละ 6 เดือนเช่นเดียวกัน แต่เปอร์เซ็นต์ที่แบตของ UPS จะเสื่อมมีค่อนข้างน้อยครับ และ UPS ก็ยังสามารถป้องกันไฟตก, ไฟเกิน, ไฟกระชาก หรือสำรองไฟเมื่อไฟดับได้ดีกว่าอีกด้วย แถมเปิดเครื่องคอมพีซีหรือโน้ตบุคได้นานแสนนาน (แบบไม่ต้องปิด) ได้อีกต่างหาก  [emo04]
การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ... การให้ต่อไป.... ไม่สิ้นสุด

Offline MILD_PLUS

  • Webmaster
  • *****
  • Posts: 6966
  • สมุทรปราการ/10270
    • View Profile
เรื่องนี้ก็เป็นเทคนิค และคาวมจำเป็นในการใช้งาน ของแต่ละบุคคล ผมก็มีเกล็ดเล็ก-เกล็ดน้อย มาฝากครับ

การรักษาแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กคอย่างถูกต้อง

1. พยายามลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่เกินกำลัง เช่น เมื่อ Notebook ไม่ได้ใช้งาน Wireless lan, Bluetooth เราก็ควรปิด ไม่ควรเปิดไว้เพราะว่าระบบเหล่านี้จะทำงานกินไฟไปเรื่อย ๆ โดยไม่จำเป็นซึ่งทำให้เปลืองพลังงานแบตเตอรี่

2. พยายามถอดแบตเตอรี่ออกทุกครั้งที่มีการเสียบไฟบ้าน (สำหรับในกรณีนี้เป็นข้อแนะนำที่อาจจะดูกลาง ๆ หรือว่าไม่จำเพาะเจาะจงว่าต้องทำเนื่องจาก Notebook หลาย ๆ รุ่นจะมีระบบตัดไฟอยู่แล้ว เมื่อพบว่า Battery เต็มอยู่ ก็จะปรับไปใช้งานระบบไฟบ้านเพียงอย่างเดียว) แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า Notebook ทุกรุ่นจะมีหรือสามารถทำได้ ซึ่งยังมี Notebook อีกหลายรุ่นที่ไฟจะถูกดึงจาก Battery เป็นหลัก แม้ว่าจะเสียบไฟบ้านก็ตามซึ่งผลของมันคือ จะทำให้ Battery ทำงานอยู่ตลอดเวลาทั้งชาร์ตและจ่ายไฟในคราวเดียวกัน ส่งผลให้มีการทำงานมากขึ้น เกิดความร้อนและทำให้ Cell Battery เสื่อมในที่สุด

3. ควรเคลียร์ Cell Battery ทุก ๆ สามสิบครั้งของการชาร์ต เนื่องจากแบตเตอรี่ในกลุ่มนี้จะนับจำนวนรอบและชาร์ตพลังเดิมได้ตลอด ทำให้หลาย ๆ ครั้งที่ประจุมีอาการเหมือนกับคั่งค้างอยู่ในแบตเตอรี่จนทำให้ Notebook แสดงปริมาณของไฟไม่ตรง ซึ่งสังเกตได้จากอาการที่เครื่องปิดตัวเองเหมือนกับแบตเตอรี่อ่อน ทั้งๆ ที่เครื่องของเรายังแสดงปริมาณเหลืออีกเกือบครึ่งเป็นต้น นั่นหมายถึงว่ามีประจุคั่งค้างใน Cell Battery เข้าแล้ว วิธีการแก้ไขคือ ทุกครั้งการชาร์ตไปแล้วประมาณ 30 ครั้ง ควรจะเปิดเครื่องใช้งานจนแบตฯหมดจริง ๆ แล้วชาร์ตให้เต็มซักครั้ง ก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ หรืออาจจะใช้งานให้จนหมดซักสองถึงสามครั้งแล้วชาร์ตจนเต็ม

4. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่ร้อน เพราะแสงแดดจะทำให้ Cell Battery ร้อน และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติ

5. อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้รวมกับสื่อนำไฟฟ้าอื่น ๆ หรือในกล่องที่นำไฟฟ้าได้ เพราะหลายครั้งที่แบตเตอรี่เสีย เนื่องมาจากเกิดการชาร์ตในระหว่างการเก็บ เช่น มีเศษเหรียญไปโดนบริเวณขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองขั้ว เป็นต้น

6. เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ และต้องการเปลี่ยน Cell Battery ภายใน ควรเลือกที่จะให้ทางศูนย์บริการเปลี่ยนให้ หรือซื้อจากศูนย์ฯ โดยตรง เพราะการเปลี่ยน Cell Battery ภายในนั้นหลายครั้งที่มีการใส่ Cell ผิดแบบผิดประเภท จนทำให้เครื่องพังได้

7. อย่าลืมติดตามข่าวสารด้าน Technology จากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น ล่าสุดมีข่าวแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กระเบิดซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตก็ได้ทำการแจ้งข่าวสารผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิตเอง และเรียก Battery รุ่นที่มีปัญหากลับคืน เพื่อเปลี่ยนรุ่นใหม่ เป็นต้น

* ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ยืดอายุการใช้งาน Battery และ Notebook ของเราได้นานยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำวิธีนี้ไปใช้กับ Battery ในกลุ่มของ Lithium-ion ที่มีใช้ในอุปกรณ์อื่นๆ เกือบจะทุกอย่างได้เป็นอย่างดีด้วยครับ


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่นี่ครับ > http://laptopcomputer.exteen.com/20110824/notebook-computer-lithium


Edit: มีมาเพิ่มให้อีก กับวิธีการทำ Calibrate แบตเตอรี่ครับ

มีความสงสัยกันมากในหมู่ผู้ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอรโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเพลง MP3 กล้องถ่ายรูป และอื่นๆ ว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้แบตเตอรี่ชนิดประจุไฟได้ที่มาพร้อมเครื่องมีอายุยืนยาว เพราะเมื่อเสื่อมสภาพแล้วจะซื้อใหม่ราคาช่างเจ็บปวดหัวใจเสียเหลือเกิน

บางคนก็บอกว่า ให้ถอดแบตเตอรี่ออกใช้การเสียบอะแดปเตอร์แทน วิธีการนี้อายุของแบตฯยิ่งจะไปเร็วเพราะไม่มีการกระตุ้นด้วยการใช้งานเลย บางคนก็บอกว่า เสียบอะแดปเตอร์ไว้ตลอดเวลาจะได้ชาร์จให้เต็มตลอดเวลา นี่ก็ไม่เหมาะอีกเพราะยังไม่ได้คลายประจุออกมาก็อัดคืนเข้
ไปแล้ว แล้วจะทำอย่างไรดี?

นี่คือคาตอบ ที่ได้มาจากฝ่ายสนับสนุนฮาร์ดแวร์ของบริษัท แอบเปิ้ล ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac ชื่อดัง และโทรศัพท์ iPhone เครื่องเล่นเพลงอย่าง iPod แนะนำมาอย่างนี้ครับ

การปรับแต่งแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อยืดอายุให้นานวันและมีพลังเพียงพอในการทำงานเสมอ (โดยเฉพาะแบตเตอรี่ยุคใหม่ที่เป็น Lithion) ควรจะทำการ Calibrate ตามขั้นตอนดังนี้
 
1. เสียบปลั๊กเพาเวอร์อะแดปเตอร์ให้ชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็ม จนกระทั่งไฟแสดงการชาร์จ หรือไอค่อนแสดงการชาร์จในอุปกรณ์นั้นแสดงว่าเต็ม 100%.
2. ปล่อยให้มีการชาร์จต่อไปอีกสัก 2 ชั่วโมง ซึ่งในระหว่างการชาร์จนี้คุณยังสามารถทำงานกับเครื่องอุปกรณ์ได้ตามปกติ.
3. ถอดปลั๊กเพาเวอร์อะแดปเตอร์ แล้วใช้งานไปตามปกติจนกระทั่งแบตเตอรี่หมด (ถ้าทำงานสำคัญให้หมั่นเซฟงานไว้ด้วย) จนกระทั่งแบตเตอรี่จ่ายไฟจนหมด ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์จะมีกรอบหน้าต่างเตือน หรือเสียงเตือน (ถ้าตั้งค่าไว้) ก็แค่กดปุ่มปิดกรอบแจ้งเตือนนั้น แต่ทำงานต่อไป.
4. จนกระทั่งแบตเตอรี่หมดจริงๆ และเครื่องเข้าสู่ภาวะหลับ (Sleep) อย่าลืมเซฟงานสำคัญไว้ก่อนเมื่อมีการเตือนก่อนที่เครื่องจะหลับไป.
5. ปิดเครื่องหรือปล่อยให้มันหลับไป ทิ้งไว้ประมาณ 5 ชั่วโมงหรือมากกว่า ถ้ามีงานต้องทำอาจจะถอดแบตเตอรี่ออกแล้วใช้กาลังไฟจากเพาเวอร์อะแด็ปเตอร์แทนได้ (ถ้าเครื่องนั้นทำได้ เพราะมีบางเครื่องถ้าถอดแบตเตอรี่ออกจะเปิดไม่ได้ก็มี กรณีนี้ก็นอนหลับพักผ่อนเถอะ).
6. ครบ 5 ชั่วโมงแล้วเชื่อมต่อเพาเวอร์อะแดปเตอร์อีกครั้ง ทำการชาร์จไฟให้เต็มที่อีกครั้ง แบตเตอรี่ของเราก็จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งครับ

Tip: วิธีการนี้ผมลองทดสอบกับเครื่องโน้ตบุ๊กที่ใช้งานมาประมาณปีเศษ จากที่เคยใช้งานได้นานสามชั่วโมงก็จะเหลือเพียงชั่วโมงเศษๆ แบตเตอรี่ก็หมดประจุแล้ว เลยใช้วิธีการนี้ดูบ้าง ปรากฏว่าทำให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้เกือบสองชั่วโมง เลยทำการ Calibrate ไปสี่ห้าครั้ง เรื่องไม่น่าเชื่อก็บังเกิด แบตเตอรี่ก้อนนั้นสามารถกลับมาจ่ายประจุไฟได้สามชั่วโมงอีกครั้งหนึ่ง ทดลองดูซิครับ อาจจะไม่ต้องเสียเงินสองถึงสามพันสำหรับแบตเตอรี่ก้อนใหม่ก็ได้ หากเราจะทดลองทาดู....มันก็ไม่เสียหายอะไร มิใช่หรือครับ [emo01] [emo02]


พิมพ์ และใช้ ภาษาไทยให้ถูกต้อง มันยากมากหรืออย่างไรครับ!!!???

ก็ในเมื่อเราเป็นคนไทย หรือท่านไม่ใช่คนไทยครับ???

ยกตัวอย่างของคำที่ไม่ควรใช้ เช่น..อ่ะครับ/อะคับ/อ่ะค่ะ/อะค่ะ เพราะคำเหล่านี้ เป็นภาษาพูดของคน ลิ้นไก่สั้น/ชาวต่างชาติ ที่หัดพูดภาษาไทยครับ ฯลฯ...


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27