# Notification.
Notification

Author Topic: แนะ 9 วิธี..ทำดี ได้บุญแบบง่าย ๆ  (Read 2831 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Garnet

  • การดูถูกตัวเอง เป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยอย่างที่สุด
  • Global Moderator
  • *****
  • Posts: 138
  • Pussy`Cat
    • ICQ Messenger - 1796178
    • View Profile
    • NoD32
   คนไทยเรานั้น ได้ชื่อว่าเป็นพวกที่ชอบทำบุญสุนทานอยู่เสมอ
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความเชื่อที่ว่า “ทำดีได้ดี  ทำชั่วได้ชั่ว”
ซึ่งแม้ปัจจุบัน หลายคนจะรู้สึกกังขาว่า ทำไม คนที่เรารู้สึกว่าชั่วยังคงได้ดิบได้ดี
เช่น ยังมีเงินทองและใช้ชีวิตที่สุขสบายกว่าเรา  แต่นั่นก็ยังอธิบายได้ว่า เขาทำกรรมเก่าดีหรือยังกินบุญเก่าอยู่
ซึ่งที่เราเห็นด้วยตาว่าเขาสุขสบายก็อาจไม่จริง บางทีเขาอาจกำลังทุกข์ใจ
เพราะต้องคอยระแวงปกปิดความผิดของตน กลัวคนไปล่วงรู้อยู่ก็ได้
อย่างไรก็ดี โดยพื้นฐานแล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะชอบทำบุญ เพราะเชื่อว่าเป็นการทำความดี
และเป็นการสะสมผลบุญที่จะสนองให้เราได้รับสิ่งที่ดีในอนาคต หรือในชาติหน้า
ซึ่งโดยแท้จริงการทำบุญนั้น ทันทีที่ทำก็เป็นความสุขแล้ว
เพราะ บุญ คือ การทำความดีด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่ทำให้อิ่มเอิบเบิกบานใจ

โดยทั่วไป คนมักทำบุญกุศลด้วยการบริจาคทรัพย์ สิ่งของ หรือให้ทานเป็นโอกาส ๆ
เช่น บริจาคช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติ ร่วมสร้างศาสนสถาน ทอดกฐินผ้าป่า
ช่วยเด็กกำพร้า หรือช่วยซื้อโลงศพ เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดี
แต่เชื่อไหมว่า ในชีวิตประจำวันของคนเรานั้น เรามีโอกาสทำความดี หรือทำบุญได้ตลอดเวลา
โดยไม่ต้องใช้เงินทอง หรือสิ่งของ ถึงแม้เราจะไม่ได้มีอาชีพเป็นแพทย์ พยาบาลที่ต้องช่วยเหลือคนเป็นประจำอยู่แล้วก็ตาม
จะทำได้อย่างไรนั้น กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
กระทรวงวัฒนธรรม ขอเสนอแนะ 9 วิธีทำดี ได้บุญ แบบไม่ต้องใช้เงิน
เพื่อเป็นแนวทางให้ท่านได้สะสมกุศลให้เพิ่มพูนขึ้น ดังต่อไปนี้

1. ตื่นเช้าขึ้นมาก็คิดแต่สิ่งดี ๆ ทันทีที่ตื่นนอน หากเราคิดถึงแต่สิ่งที่ดีที่งาม
ก็จะทำให้จิตใจเราสดชื่น กระตือรือร้น พร้อมที่จะรับมือกับชีวิตประจำวันด้วยความรื่นเริง
ไม่หงุดหงิด โมโห แค่นี้ นอกจากเราจะมีความสุขแล้ว คนรอบข้างเราก็มีความสุขไปด้วย ถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง

2. ยิ้มแย้มแจ่มใสในแต่ละวัน หากเราจะรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ว่าจะยิ้มกับคนรู้จัก หรือไม่รู้จักก็ตาม
หน้าตาของเราก็จะดูเป็นมิตร ทำให้คนอยากเข้าใกล้ ถ้าเราเป็นพ่อแม่ ยิ้มกับลูกก่อนไปทำงาน
ลูกก็ดีใจ ลูกยิ้มกับพ่อแม่ พ่อแม่ก็สบายใจ ว่าต่างคนต่างไม่มีเรื่องเดือนร้อนใจแน่
หรือหากมีก็กล้าจะมาปรึกษาหารือ หรือหากเป็นเจ้านาย ยิ้มกับลูกน้อง ลูกน้องก็รู้ว่าวันนี้นายอารมณ์ดี
ทำให้ทำงานด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องระแวง ว่าจะถูกเรียกไปต่อว่า
และถ้าเรียกก็ดูน่าจะมีเมตตากว่าเวลาที่นายทำหน้ายักษ์

3. ทักทาย ปราศรัย คนบางคน นอกจากจะไม่ยิ้มกับใครแล้ว ยังชอบทำหน้าบึ้งตึง
ไม่คิดจะพูดจาทักทายใครด้วย  ซึ่งถ้าเกิดทำงานด้านบริการ
คนมาติดต่อคงรู้สึกเกร็ง และกังวลตลอดว่าจะถูกเอ็ดตะโรเมื่อไรก็ไม่รู้
ดังนั้น นอกจากยิ้มแย้มแจ่มใสแล้ว เราก็ควรจะเอื้อนเอ่ยวาจาทักทายผู้มารับบริการก่อน
การทักทายปราศรัยกับผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นผู้มาขอรับบริการ เพื่อนฝูงคนรู้จัก ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
หรือแม้แต่คนที่มาทำงานให้เรา เช่น แม่บ้าน ยาม ฯลฯ จะทำให้เขารู้สึกเป็นมิตร
และอบอุ่นใจ ทำให้บรรยากาศในที่นั้น ๆ ดีขึ้น

4. แบ่งปันน้ำใจไมตรี สามารถทำได้ทุกที่และทุกเวลา เช่น ช่วยพ่อแม่จัดโต๊ะอาหาร
ล้างถ้วยชาม ลุกให้เด็ก ผู้หญิงท้อง หรือคนแก่นั่ง ช่วยถือของหนักให้คนในรถเมล์
หยุดรถให้คนข้ามถนน หรือรถอื่นไปก่อน ช่วยแบ่งเบาภาระงานให้เพื่อนในที่ทำงาน เป็นต้น
การให้ความช่วยเหลือเช่นนี้ เป็นการทำบุญด้วยการลดความเห็นแก่ตัวของเราลง
และทำให้เราได้รับมิตรไมตรีสนองตอบกลับมาด้วย

5. ปลุกปลอบให้กำลังใจ ช่วยแก้ไขปัญหา หลาย ๆ ครั้งที่เพื่อนฝูงญาติมิตรอาจประสบปัญหาชีวิต
และเกิดความทุกข์ใจแสนสาหัส สิ่งที่ดีที่สุดคือ ความเป็นมิตร และถ้อยคำที่ปลุกปลอบให้กำลังใจ
คำพูดดี ๆ ที่มาจากใจ จะทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงทุกข์ รู้สึกดีขึ้น และมีพลังที่ต่อสู้ชีวิตต่อไปได้

6. ให้คำชมด้วยความนิยมยินดี  การกล่าวคำชื่นชมต่อผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ
ย่อมจะทำให้ผู้รับคำชมรู้สึกปลาบปลื้มยินดี และมีความสุขได้ โดยเฉพาะในเรื่องที่เขาทำสำเร็จ
แต่ทั้งนี้ ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และจริงใจด้วย
ดูอย่างตัวเราเองแค่วันไหน แต่งตัวสวย แล้วมีคนชม เราก็หน้าบานไปทั้งวันแล้ว
เช่นเดียวกัน คนทุกคนล้วนอยากได้การยอมรับ และคำชมทั้งนั้น
เพราะคำชมจะเป็นการเสริมเพิ่มกำลังใจให้อยากทำดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

7. แนะนำให้คำสอนที่ดี มีคุณค่า ไม่ว่าจะเราจะอยู่ในสถานภาพใด
เช่น เป็นลูก เป็นพ่อแม่ ลูกน้อง เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมอาชีพ ฯลฯ
หากเราจะมีเมตตาแนะนำในสิ่งที่ดี มีประโยชน์และคุณค่าต่อผู้อื่น
หรือสอนในสิ่งที่เราชำนาญให้แก่ผู้อื่น ก็จะเป็นการช่วยเกื้อกูลสังคมให้ดียิ่งขึ้น
และผลก็จะย้อนมาสู่ตัวเราผู้ทำด้วย เช่น สอนงานให้ลูกน้อง ต่อไปเมื่อเขาทำงานเป็น เราก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก
และเขาก็จะรู้สึกขอบคุณเรา แนะวิธีออกกำลังกายให้พ่อแม่ ท่านก็แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย เราก็สบายใจ
หรือแม้แต่การแนะนำให้ความรู้ที่เรามี หรือทราบมาแก่คนไม่รู้จัก อย่างแนะนำหมอ ยาดี ๆ หรือธรรมะที่ดีแก่คนอื่น
ทำให้เขาหายป่วยหรือรู้สึกดีขึ้น เขาก็จะอธิษฐาน หรือให้พรเรา ทำให้เราพบแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต

8. การให้อภัยในความผิดพลาดของผู้อื่น โดยทั่วไปคนเรามักจะให้อภัยตัวเองง่าย
และมีข้อแก้ตัวให้ตนต่าง ๆ นานา แต่ถ้าผู้อื่นผิดพลาดแล้ว เรามักเห็นเป็นเรื่องใหญ่
และตำหนิติเตียนไม่รู้จักจบ ดังนั้น เราจะต้องหัดมีเมตตา รู้จักให้อภัยต่อผู้อื่นให้ง่าย เหมือนให้อภัยแก่ตัวเราเอง
เพราะการให้อภัย จะทำให้เราไม่ผูกใจเจ็บ ไม่อาฆาตมาดร้าย ไม่ก่อศัตรู  แต่ทำให้จิตใจเราสงบเย็น
เป็นฝึกจิตพื้นฐานอย่างหนึ่งที่จะนำไปสู่กุศลขั้นสูงอื่น ๆ ต่อไป

9. ฝึกจิตให้สงบ และสบายด้วยการทำสมาธิ หรือสวดมนต์ การทำสมาธิ ฟังดูเหมือนยาก
แต่จริง ๆ เราทำได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือทำอะไรอยู่ เช่น กินข้าว อาบน้ำ ทำการบ้าน
ทำงานบ้าน อ่านหนังสือ อยู่ที่ทำงาน หัวใจหลักคือ ให้เอาใจไปจดจ่อในสิ่งที่ทำเพียงอย่างเดียว
จะทำให้เราทำทุกอย่างได้ดีขึ้น เพราะไม่พะวักพะวน คิด หรือทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
อันทำให้ขาดสติ และทุก ๆ คืนก่อนนอน ก็ควรสวดมนต์ไหว้พระที่เรานับถือ โดยอาจเลือกบทสวดสั้น ๆ ที่เราชอบ
เสร็จแล้วก็อย่าลืมแผ่เมตตาให้กับตัวเราเอง และผู้อื่นตามสมควร

ที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าเป็นการทำความดีที่ไม่ต้องใช้เงินเลย
แต่สามารถปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเราได้ โดยไม่ยากเย็นเข็ญใจจนเกินไป
อีกทั้งปฏิบัติแล้วก็เป็นบุญกุศลที่จะเกื้อหนุนให้เรา และคนรอบตัวมีความสุข
เพราะ”บุญ” ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ เครื่องชำระกาย ใจให้บริสุทธิ์
เป็นการทำประโยชน์ให้แก่ตัวเราเอง และผู้อื่น และยังช่วยลดกิเลส ความเศร้าหมองต่าง ๆ ได้
เริ่มทำแต่วันนี้เลยนะคะ เพราะมีคนบอกว่า “ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง”

ที่มา: จากเวบบอร์ดแห่งหนึ่ง [emo01]
ความรักไม่มีที่สิ้นสุด... ความรักทำให้เกิดความทุกข์ และความเศร้าโศกเสียใจไม่มีที่สิ้นสุด


Offline chaiwut

  • Webmaster
  • *****
  • Posts: 1599
    • MSN Messenger - chaiwut38@hotmail.com
    • View Profile

Offline microsoft

  • Administrator
  • *****
  • Posts: 8651
    • View Profile
    • VarietyPC.Net
คนดีตายก่อน คนชั่วตายช้า แต่ก็ต้องทำแต่ความดีกันต่อไปนะครับ  [emo01]  [emo04]
การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ... การให้ต่อไป.... ไม่สิ้นสุด

Offline MILD_PLUS

  • Webmaster
  • *****
  • Posts: 6966
  • สมุทรปราการ/10270
    • View Profile
ทำให้นึกถึงเพลง "ยมบาลเจ้าขา" คุณบุปผา สายชล ได้ร้องเอาไว้เมื่อสัก25ปีก่อนโน้น มีเนื้อร้องอยู่ท่อนหนึ่งว่า "ยมบาล...เจ้าขา...คนชั่วช้าทำไมไม่ตาย ชั่วช้าน่าชัง แถมยังลอยชาย ส่วนคนดีลบหาย ล้มตายทีละคนสองคน......." [emo04]
พิมพ์ และใช้ ภาษาไทยให้ถูกต้อง มันยากมากหรืออย่างไรครับ!!!???

ก็ในเมื่อเราเป็นคนไทย หรือท่านไม่ใช่คนไทยครับ???

ยกตัวอย่างของคำที่ไม่ควรใช้ เช่น..อ่ะครับ/อะคับ/อ่ะค่ะ/อะค่ะ เพราะคำเหล่านี้ เป็นภาษาพูดของคน ลิ้นไก่สั้น/ชาวต่างชาติ ที่หัดพูดภาษาไทยครับ ฯลฯ...

Offline RookiE'

  • VPC Member
  • ****
  • Posts: 999
    • MSN Messenger - muu_ja_ma_ruu@live.com
    • View Profile
    • Email

Offline boogyman

  • VPC Member
  • ****
  • Posts: 868
  • นี่แน่ะ ! ดัดจริตพิมพ์ให้ผิดดีนัก
    • View Profile
แต่กับคนบางคน [emo11] รับรู้แต่ไม่คิดที่จะนำไปปฏิบัติ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร (อยากให้พวกที่แบ่งแยกไม่ว่าจะสีอะไรก็ตาม ได้เข้ามาอ่าน แ้ล้วเก็บไปใช้บ้างก็จะดีมากๆ เลยนะครับ)  [emo02]
ระยะทางไกลพันลี้ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกฉันใด
ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้เมื่อลงมือทำฉันนั้น


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27