# Notification.
Notification

Author Topic: 10 วิธี ดูแลฮาร์ดดิสก์ ให้ใช้ได้นาน ๆ  (Read 6095 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline chaiwut

  • Webmaster
  • *****
  • Posts: 1599
    • MSN Messenger - chaiwut38@hotmail.com
    • View Profile
 โปรแกรมที่คุณใช้งานอยู่เป็นประจำทำงานช้าลงหรือเปล่า? หรือพีซีอายุใช้งาน 4 เดือนของคุณมีอาการงอแงหรือไม่? ต่อไปนี้คือวิธีการแก้ปัญหาและเพิ่มความเร็วให้กับฮาร์ดดิสก์ตัวเก่งของคุณ

การเป็นเจ้าของและใช้งานฮาร์ดดิสก์โดยไม่เคยสแกนตรวจสอบ ก็เหมือนกับการมีรถยนต์คันหรูที่เอาแต่ขับอย่างเดียวไม่เคยเข้าศูนย์บริการ ซึ่งทิปต่อไปนี้สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องลงแรงมากนัก เพียงแค่เจียดเวลาสักนิดในการปฏิบัติตาม ทั้งนี้ก็เพื่อให้ฮาร์ดดิสก์ของคุณกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนใหม่และทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

1. สแกนหาไวรัส

จัดเป็นข้อควรปฏิบัติที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ที่คุณควรให้ความสำคัญ และหมั่นทำเป็นประจำ เราคงไม่ต้องบอกคุณแล้วว่าไวรัสในปัจจุบันนั้นมีฤทธิ์เดชร้ายแรงแค่ไหน เอาเป็นว่าให้คุณลองนึกถึงตอนที่ไฟล์ข้อมูลสำคัญในฮาร์ดดิสก์ถูกทำลาย หรือเสียหายเพียงแค่เพราะว่าคุณไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสเอาไว้ในเครื่อง หรือใครที่ติดตั้งเอาไว้แล้วก็ไม่ควรชะล่าใจ ลองตรวจสอบวันที่ของฐานข้อมูลไวรัส (Virus Definition) ถ้าเก่าเกินกว่า 30 วันก็ควรรีบทำการอัปเดตให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน เพื่อการป้องกันที่เต็มประสิทธิภาพ จากนั้นทำการสแกนฮาร์ดดิสก์ทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่ในระบบ ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้กำหนดตารางเวลาในการสแกนเป็นประจำทุกสัปดาห์

2. ปัดกวาดไฟล์หรือขยะที่ไม่ได้ใช้

ยิ่งใช้งานเครื่องมานานเท่าใด ไฟล์ข้อมูลเก่าๆ หรือขยะในเครื่องก็จะเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูลเก่า โปรแกรมเก่า ไฟล์ชั่วคราวที่หลงเหลือจากการท่องอินเทอร์เน็ต รวมทั้งไฟล์ที่ตกค้างจากการติดตั้งโปรแกรมในโฟลเดอร์เก็บไฟล์ชั่วคราวของวินโดวส์ ซึ่งวิธีการง่ายๆ ในการกำจัดไฟล์ขยะเหล่านี้ก็คือการใช้ยูทิลิตี้ Disk Cleanup ของวินโดวส์หรือจากออปชันทำความสะอาดไฟล์ในโปรแกรม IE โดยตรง (Tools -> Internet Options)

3. กำจัดขยะในซอกหลืบ

แม้ว่าคุณจะทำการลบไฟล์ขยะด้วยตัวเองไปแล้ว แต่ก็ยังอาจมีเศษขยะที่มองไม่เห็นตกค้างอยู่ในฮาร์ดดิสก์ของคุณอีกมากมาย โดยเศษขยะในที่นี้หมายรวมถึงบรรดาสปายแวร์ หรือแอดแวร์ต่างๆ ด้วย ซึ่งวิธีการตรวจสอบหาขยะเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษคือโปรแกรมอย่างเช่น Ad-aware หรือ Spybot Search & Destroy ที่หาดาวน์โหลดได้ฟรีจากอินเทอร์เน็ต ที่สำคัญคืออย่าลืมอัปเดตฐานข้อมูลให้กับโปรแกรมดังกล่าวก่อนเริ่มทำการสแกนระบบด้วย

4. หมั่นใช้สแกนดิสก์

เมื่อใดก็ตามที่พื้นที่เก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เกิดบกพร่องเสียหาย เรามักจะใช้คำแทนจุดบกพร่องนั้นๆ ว่า “Bad Sector” ซึ่งมีความหมายว่าบริเวณพื้นผิวของจานแม่เหล็กเกิดความเสียหายจนไม่สามารถทำการอ่านข้อมูลได้ ซึ่งวิธีการแก้ไขนั้นคือการใช้ยูทิลิตี้ Scandisk ของวินโดวส์ในการตรวจสอบหาจุดที่เกิด Bad Sector และย้ายข้อมูลที่อยู่ในบริเวณนั้นๆ ไปยังเซกเตอร์อื่นๆ ที่ปกติ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของไฟล์ข้อมูล โดยในหน้าต่างยูทิลิตี้ Scandisk นั้นให้คุณเลือกออปชัน Scan for and attempt recovery of bad sectors ด้วยก่อนเริ่มทำการสแกน นอกจากนี้หากคุณใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 98/Me แนะนำให้ปิดการทำงานของสกรีนเซฟเวอร์ก่อนเริ่ม Scandisk ด้วย

5. จัดเรียงข้อมูลให้เป็นระเบียบ

โปรแกรม Defragmenter ที่ไม่ต้องเสียเวลาหาให้ไกลเพราะมีอยู่ในวินโดวส์ทุกเวอร์ชันแล้วนั้น จะช่วยในการจัดเรียงข้อมูลที่ถูกเขียนลงฮาร์ดดิสก์อย่างสะเปะสะปะให้มีระเบียบ และเป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้หัวอ่านฮาร์ดดิสก์ไม่ต้องทำงานหนัก และใช้เวลาในการอ่านข้อมูลสั้นลง และโปรดอย่าเข้าใจผิดคิดว่าโปรแกรมจะจับไฟล์ในโฟลเดอร์ของคุณไปสลับสับเปลี่ยน หรือเรียงไว้ในโฟลเดอร์อื่นๆ จนหาไม่เจอ เพราะการ Defrag นั้นจะทำการจัดเรียงไฟล์ข้อมูลบนดิสก์เท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการเก็บไฟล์ในวินโดวส์แต่อย่างใด

6. เก็บทุกอย่างให้เข้าที่

ขั้นตอนนี้จะเรียกว่าเป็นวินัยส่วนตัวก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นลิ้นชักตู้เสื้อผ้าหรือฮาร์ดดิสก์ ก็ล้วนต้องการระบบระเบียบในการจัดเก็บที่ดีด้วยกันทั้งนั้น ฟังดูอาจเป็นงานที่น่าเบื่อ แต่ถ้าฝึกให้เป็นนิสัยตั้งแต่แรกก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนใครที่ยังเก็บไฟล์ทุกชนิดทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสารเวิร์ด ไฟล์รูปภาพ ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เพลง ฯลฯ ปนกันมั่วไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน เตรียมตัวเตรียมใจกับเรื่องปวดหัวในการค้นหาไฟล์เมื่อต้องการใช้งานให้ดี แต่ถ้าไม่อยาก ... ก็สละเวลาจัดการจัดไฟล์ลงโฟลเดอร์ให้เรียบร้อยเสียตั้งแต่วันนี้

7. แบ็กอัปข้อมูล

ไม่มีฮาร์ดดิสก์รุ่นไหน ยี่ห้อใด ที่จะมีอายุยืนยาวอยู่กับคุณไปตลอดกาล แต่ถึงแม้ในที่สุดฮาร์ดดิสก์ของคุณจะหมดอายุขัย ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทั้งหมดที่เก็บอยู่ในนั้นจะสูญหายไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่คุณควรต้องหมั่นทำเป็นกิจวัตร ก็คือการแบ็กอัปไฟล์ข้อมูลสำคัญๆ เก็บไว้ในฟล๊อบปี้ดิสก์ แผ่นซีดี ดีวีดี หรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ตัวที่ใช้งานอยู่ หรือถ้าที่กล่าวมานั้นมันยุ่งยากหรือทำให้คุณลำบากเกินไป แนะนำให้ใช้ทัมป์ไดรฟ์ที่ปัจจุบันมีราคาแสนถูก และถ้าไม่ลำบากเงินในกระเป๋าจนเกินไปเลือกรุ่นที่จุ 128MB ขึ้นไปจะดีมาก

8. เทขยะอย่าให้เหลือไฟล์ตกค้าง

เมื่อคุณกดปุ่ม Delete เพื่อลบไฟล์ ซึ่งในทางปฏิบัติดูเหมือนว่าไฟล์ข้อมูลของคุณจะถูกลบออกไป แต่ในทางทฤษฎีนั้น ไฟล์ของคุณจะยังไม่ถูกลบออกไปจริงๆ เพียงแต่วินโดวส์จะทำเครื่องหมายไว้ในพื้นที่ส่วนนั้นๆ ว่าเป็นที่ว่าง และเมื่อใดที่มีการเขียนไฟล์ข้อมูลก็สามารถเขียนทับตำแหน่งนั้นๆ ได้ นอกจากนี้วินโดวส์จะนำไฟล์ที่คุณลบไปใส่ไว้ในถังขยะ (Recycle Bin) เผื่อกรณีที่คุณเกิดเปลี่ยนใจหรือตัดสินใจพลาด หากใครช่างสังเกตจะพบว่าแม้จะลบไฟล์ข้อมูลไปแล้วแต่พื้นที่ว่างในอาร์ดดิสก์นั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เพราะข้อมูลนั้นๆ ยังนอนรอชะตากรรมอยู่ในถังขยะ (Recycle Bin) นั่นเอง ดังนั้นหากคุณมั่นใจว่าไม่ใช้งานแล้ว หรือไม่ต้องการให้ใครมาแอบคุ้ยถังขยะเอาข้อมูลส่วนตัวของคุณไป แนะให้คลิกขวาที่ไอคอน Recycle Bin แล้วเลือกคำสั่ง Empty Recycle Bin เพื่อกำจัดขยะในถังให้สิ้นซาก

9. แบ่งพาร์ทิชันเพื่อเก็บข้อมูล

ฮาร์ดดิสก์โดยทั่วไปที่ออกมาจากโรงงานนั้น จะไม่มีการแบ่งพาร์ทิชันเอาไว้ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือซื้อ 80GB ก็จะได้ไดรฟ์ C: ความจุ 80GB มาใช้งาน แต่ถ้าจะให้ดี แนะนำให้คุณทำการแบ่งฮาร์ดดิสก์ออกเป็นส่วนๆ หรือที่เรียกว่าการแบ่งพาร์ทิชันนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์ 80GB นำมาแบ่งเป็น 2 พาร์ทิชัน พาร์ทิชันละ 40GB ซึ่งคุณก็จะได้ไดรฟ์มาใช้งาน 2 ไดรฟ์คือไดรฟ์ C: และไดรฟ์ D: ซึ่งการแบ่งพาร์ทิชันนอกจากจะช่วยลดภาระของหัวอ่านและเพิ่มความเร็วในการทำงานของฮาร์ดดิสก์แล้ว คุณยังสามารถแยกไฟล์สำคัญๆ มาเก็บไว้ในไดรฟ์แยกต่างหากจากไดรฟ์ที่ติดตั้งวินโดวส์ ซึ่งอาจโดนไวรัสเล่นงานจนเสียหายได้อีกด้วย ซึ่งการแบ่งพาร์ทิชันนั้นคุณสามารถทำได้ในขณะที่ติดตั้ง Windows XP เลย แต่ถ้าไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไร เพราะปัจจุบันมีโปรแกรมสำหรับการนี้มากมาย ซึ่งที่นิยมใช้กันมากที่สุดได้แก่โปรแกรม Partition Magic

10. เลือกความเร็วให้เหมาะกับงาน

วิธีการที่ผ่านมานั้นสามารถช่วยให้ฮาร์ดดิสก์ของคุณสามารถทำงานได้เร็วขึ้นได้อีกเล็กน้อย อย่างไรก็ดี หากคุณกำลังมองหาหรือตัดสินใจซื้อฮาร์ดดิสก์ใหม่ แนะนำให้พิจารณาเลือกรุ่นความเร็วที่เหมาะสมกับลักษณะงานที่คุณต้องการใช้งาน เช่น เลือกรุ่นที่มีความเร็วในการหมุนจานแม่เหล็ก 5,400 RPM (รอบ/นาที) ที่มีราคาถูกถ้าคุณใช้เพียงโปรแกรมทั่วๆ ไปเช่น เล่นอินเทอร์เน็ต รับ-ส่งอีเมล หรือพิมพ์งานด้วยโปรแกรมเวิร์ด หรือถ้างานของคุณเกี่ยวกับการตกแต่งภาพถ่าย เล่นเกม ก็อาจเลือกซื้อรุ่น 7200 RPM หรืออาจจะเป็น 10,000 RPM เลยก็ได้หากทำงานประเภทตัดต่อวิดีโอเป็นหลัก ซึ่งฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วในการหมุนจานแม่เหล็กสูงและมีขนาดของแคชภายในมากจะช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานให้กับคุณมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์


Offline microsoft

  • Administrator
  • *****
  • Posts: 8651
    • View Profile
    • VarietyPC.Net
ขอบคุณมากครับ  [emo22]  [emo22]
การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ... การให้ต่อไป.... ไม่สิ้นสุด

Offline cicimaru

  • VPC Member
  • *
  • Posts: 9
    • View Profile
    • Email
 [emo03] ผมว่า
แค่ใช้PSUมียี่ห้อหน่อย มันจะช่วยเรื่องการจ่ายไฟสม่ำเสมอ
แล้วก้อใช้UPSอีกตัว ป้องกันไฟตกไฟกระชาก ก้อโอเคแล้ว
อ้อไม่เปิดปิดสวิทช์บ่อยๆประมาณว่าไม่ทันใจ หรือโดนไวรัสกินจนชัตดาวน์ไม่ได้บ่อย ก้อโอเคครับ


 [emo08] ที่บอกมาข้างบนแค่น่าจะวิธีปลายเหตุนะครับ จะไปนั่งสแกนเรียงข้อมูลทามมาย

7. แบ็กอัปข้อมูล

ไม่มีฮาร์ดดิสก์รุ่นไหน ยี่ห้อใด ที่จะมีอายุยืนยาวอยู่กับคุณไปตลอดกาล แต่ถึงแม้ในที่สุดฮาร์ดดิสก์ของคุณจะหมดอายุขัย ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทั้งหมดที่เก็บอยู่ในนั้นจะสูญหายไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่คุณควรต้องหมั่นทำเป็นกิจวัตร ก็คือการแบ็กอัปไฟล์ข้อมูลสำคัญๆ เก็บไว้ในฟล๊อบปี้ดิสก์ แผ่นซีดี ดีวีดี หรืออื่นๆ ที่ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์ตัวที่ใช้งานอยู่ หรือถ้าที่กล่าวมานั้นมันยุ่งยากหรือทำให้คุณลำบากเกินไป แนะนำให้ใช้ทัมป์ไดรฟ์ที่ปัจจุบันมีราคาแสนถูก และถ้าไม่ลำบากเงินในกระเป๋าจนเกินไปเลือกรุ่นที่จุ 128MB ขึ้นไปจะดีมาก

ข้อนี้สำคัญมากครับ

Offline ViviFy

  • VPC Member
  • **
  • Posts: 49
    • View Profile
    • Email
ไม่ทราบว่า...

ทัมป์ไดรฟ์ 

มันคืออะไร หรอคะ -*-

แล้วมันต่างกับฮาร์ดดิกส์แบบพกพายังไง
(เค้าเรียกว่าไรอะ ที่มันอยู่ข้างนอกอะ แหะๆ)

Offline microsoft

  • Administrator
  • *****
  • Posts: 8651
    • View Profile
    • VarietyPC.Net
ไม่ทราบว่า...

ทัมป์ไดรฟ์ 

มันคืออะไร หรอคะ -*-

แล้วมันต่างกับฮาร์ดดิกส์แบบพกพายังไง
(เค้าเรียกว่าไรอะ ที่มันอยู่ข้างนอกอะ แหะๆ)

ทัมป์ไดร์ฟ ก็คือ USB Drive หรือบางท่านเรียกว่า แฟลชไดรว์, แฮนดี้ไดรว์ แตกต่างกับฮาร์ดดิสต์แบบพกพาก็ตรงที่ขนาดความจุที่เก็บข้อมูลน้อยกว่าฮาร์ดดิสต์แบบพกพา

USB Drive ที่มีวางขายอยู่ตอนนี้ 16GB อยู่ประมาณ 1พัน และเริ่มมี 32, 64GB ออกมาวางขายแล้วบ้างเหมือนกัน แต่ราคาแพงมาก

แต่ถ้าเป็นฮาร์ดดิสต์แบบพกพา จะมีความจุเริ่มต้นที่ 320, 500GB และราคาอยู่ประมาณ 2,500 ถึง 3,500 แล้วแต่ยี่ห้อและรุ่นครับ
การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ... การให้ต่อไป.... ไม่สิ้นสุด

Offline ViviFy

  • VPC Member
  • **
  • Posts: 49
    • View Profile
    • Email
ไม่ทราบว่า...

ทัมป์ไดรฟ์ 

มันคืออะไร หรอคะ -*-

แล้วมันต่างกับฮาร์ดดิกส์แบบพกพายังไง
(เค้าเรียกว่าไรอะ ที่มันอยู่ข้างนอกอะ แหะๆ)

ทัมป์ไดร์ฟ ก็คือ USB Drive หรือบางท่านเรียกว่า แฟลชไดรว์, แฮนดี้ไดรว์ แตกต่างกับฮาร์ดดิสต์แบบพกพาก็ตรงที่ขนาดความจุที่เก็บข้อมูลน้อยกว่าฮาร์ดดิสต์แบบพกพา

USB Drive ที่มีวางขายอยู่ตอนนี้ 16GB อยู่ประมาณ 1พัน และเริ่มมี 32, 64GB ออกมาวางขายแล้วบ้างเหมือนกัน แต่ราคาแพงมาก

แต่ถ้าเป็นฮาร์ดดิสต์แบบพกพา จะมีความจุเริ่มต้นที่ 320, 500GB และราคาอยู่ประมาณ 2,500 ถึง 3,500 แล้วแต่ยี่ห้อและรุ่นครับ

อ๋อ .. ขอบคุณคะ

แล้วมีวิธีเลือกฮาร์ดดิสต์แบบพกพามั้ยอะคะ

แบบยี่ห้อไหนดี ?เวลาซื้อดูตรงไหน ยังไง? - -''

ว่าจะซื้อไว้เก็บหนัง,เพลง อะคะ

ขอบคุนล่วงหน้าคะ

Offline microsoft

  • Administrator
  • *****
  • Posts: 8651
    • View Profile
    • VarietyPC.Net
ต้องดูที่เหมาะกับการใช้งานและรูปทรงตามสไตล์ส่วนตัวน่ะครับ ส่วนประสิทธิภาพพอๆกัน ตอนนี้ที่มีวางขายอยู่จะมีทั้งที่เป็นพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB อย่างเดียว และเป็นแบบมีพอร์ต USB และมี Firewire 400, 800 เพิ่มเข้ามาด้วย แต่สำหรับ Firewire เครื่องของเราก็ต้องมีพอร์ตรองรับด้วย และราคาจะสูงกว่าแบบ USB อย่างเดียว  (ที่บอกไปนี้เป็น HDD แบบสำเร็จรูปนะครับ ไม่ใช่แบบเอา HDD Notebook มาประกอบใส่กล่อง เพราะการใช้งานแบบสำเร็จรูปจะดูทนทานกว่า แต่ถ้าเป็นแบบประกอบเอง ตัวสำคัญในเรื่องของความทนทานก็คือกล่อง ถ้าซื้อกล่องราคาถูก พอถูไถไปไหนมาไหนได้ ส่วนใหญ่มักจะอยู่ได้ไม่นาน เดี๋ยวก็ต้องถอดกล่องไปเคลมอีก)

ถ้าเป็นแบบพอร์ตเชื่อมต่อ USB อย่างเดียวก็มีให้เลือกเยอะอย่างยี่ห้อ Seagate, Western Digital (WD), Toshiba, Samsung, Buffalo ยี่ห้อที่เอ่ยมาที่ผมจับต้องบ่อยๆก็ Seagate, WD และ Samsung

เรื่องราคาและการรับประกัน
Seagate FreeAgent อยู่ประมาณ 2,750 ประกัน Synnex (5 ปี)
http://www.bigitshop.com/online-shopping/Seagate-FreeAgentGo-320GB-Silver-Protable-Drives-Hard-Disk.html

WD My Passport อยู่ประมาณ 2,550 ประกัน Com7 (3 ปี)
http://www.bigitshop.com/online-shopping/WD-320GB-Essential-Passport-Protable-Drives-Blue-Hard-Disk.html
http://www.bigitshop.com/online-shopping/WD-500GB-Passport-Studio-Firewire800-Hard-Disk.html

Samsung อยู่ประมาณ 2720 ประกัน SIS (3 ปี)
http://www.pcresource.co.th/computer/samsung-s2-portable-harddisk-25-s2-hxmu050da-500gb-red-p-12680.html
การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ... การให้ต่อไป.... ไม่สิ้นสุด


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27