# Notification.
Notification

Author Topic: นิทานสอนใจ[emo10]  (Read 1798 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline ~Jason_Bourne~

  • VPC Member
  • ***
  • Posts: 278
    • View Profile
นิทานสอนใจ[emo10]
« on: 10 July 2010, 21:35:41 »
เรื่องมีอยู๋ว่า.....
ร้านค้าแห่งหนึ่ง ติดประกาศขายลูกสุนัข 7 ตัว
เมื่อรู้ข่าว ก็มีเด็ก ๆ แวะเวียนเข้ามาเล่น มาชมลูกสุนัขทุกวัน
แต่ก็ยังไม่มีใครตกลงใจซื้อ เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดี มีราคาค่อนข้างแพง

วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่น ๆ ให้แก่ลูกค้าในร้าน
เด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่งก็มากระตุกชายเสื้อเขา
เขาก้มลงมอง และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่

"เพื่อนของผมบอกว่า ที่ร้านของคุณอามีลูกหมาขาย
ผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตัว พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว
ขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยได้ไหมครับ?" เด็กบอกอย่างสุภาพ

"อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลังร้านน่ะ" เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดี
แล้วผิวปากเรียกสุนัขทั้งเจ็ดออกมา
เด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมาทีละตัว
เขานับ...แต่ก็มีแค่หกตัวเท่านั้น

"ไหนว่ามีเจ็ดตัว มีคนซื้อไปตัวหนึ่งแล้วหรือครับ?" เด็กชายถาม

เจ้าของร้านตอบว่า "อ๋อ เปล่าหรอกหนู ยังไม่มีใครซื้อไปเลยสักตัว

เพียงแต่ตัวสุดท้ายขาหลังเขาไม่ดี มันก็เลยต้องคลานออกมา
วิ่งมาพร้อมกับพี่ ๆ ของมันไม่ได้"

สิ้นคำเจ้าของร้าน ลูกสุนัขตัวที่เจ็ดก็คลานออกมา
ขาหลังทั้งคู่ของมันลีบเหลือนิดเดียว
มันต้องใช้ขาหน้าลากพาร่างกายออกมาจากหลังร้าน
ลูกสุนัขมองมาทางเด็กชายแล้วครางงี้ด ๆ เห็นได้ชัดว่ามันพยายามคลานมาหาเขา
หางของมันกระดิกดุ๊กดิ๊ก ๆ อยู่ตลอดเวลา มันคลานเข้าไปเลียรองเท้าของเด็กชาย
ท่าทางจะชอบเขามาก เด็กชายหัวเราะแล้วอุ้มมันขึ้นมา
ก่อนจะถามเจ้าของร้านว่า "หมาตัวนี้ราคาเท่าไรครับ?"

"ปกติ อาบอกขายอยู่ตัวละสองพันบาทนะ" เจ้าของร้านตอบ

เด็กชายนิ่งอึ้งไปก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมานับ
เขามีเงินอยู่เพียงสี่ร้อยห้าสิบบาทเท่านั้น
"ผมมีเงินไม่พอซื้อหมาตัวนี้" เด็กชายพึมพำอย่างเศร้าใจ

เจ้าของร้านรีบบอกทันทีว่า "โอ๊ะ!! หนู ถ้าหนูอยากได้หมาตัวนี้ไปก็เอาไปเถอะ
ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก อายกให้หนูฟรี ๆ ไปเลย"

เด็กชายฟังเจ้าของร้านแล้วชะงักไป ก่อนจะถามกลับไปอย่างไม่พอใจว่า
"ทำไมครับ ทำไมถึงบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินถ้าจะซื้อหมาตัวนี้"

"ก็อย่างที่หนูเห็นอย่างไรล่ะ ลูกหมาตัวนี้มันติดมาพร้อม ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ของมัน
และอาก็ไม่คิดว่าจะขายมันอยู่แล้ว เพราะมันพิการ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้
ความจริงอาไม่อยากให้หนูได้ของมีตำหนิอย่างนี้ไปนะ ลองดูตัวอื่นดีไหม"

เด็กชายเม้มปากแน่นก่อนจะพูดว่า "คุณอาดูอะไรนี่สิครับ"
ว่า แล้วเขาก็ดึงขากางเกงทั้งสองข้างขึ้น
เจ้าของร้านจึงได้เห็นว่า ขาของเด็กชายคนนี้เล็กลีบเช่นเดียวกับขาหลังของลูกสุนัข
แต่ที่ทำให้เขายืนอยู่ได้ ก็เพราะมีขาเทียมช่วยพยุงเอาไว้

"คุณอาครับ ขาของผมก็ลีบใช้การอะไรไม่ได้เหมือนกัน
ผมเดินช้ากว่าเพื่อนคนอื่น ๆ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้
อย่างนี้ผมก็เป็นคนไร้คุณค่าหรือเปล่าครับ" เจ้าของร้านนิ่งอึ้งไป ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเขา

เด็กชายปล่อยขากางเกงลงแล้วพูดต่อว่า
"ผมจะซื้อสุนัขตัวนี้ในราคาสองพันบาทเท่ากับลูกหมาตัวอื่น ๆ
แต่ว่าผมมีเงินไม่พอ ถ้าผมจะอ้อนวอนคุณอา ขอผ่อนราคาของลูกหมาตัวนี้
เดือนละหนึ่งร้อยบาททุกเดือน จนครบสองพันบาท คุณอาจะว่าอย่างไรครับ"

เจ้าของร้านน้ำตาไหลริน ทรุด ตัวลงตรงหน้าเด็กชาย
และกอดเขาไว้ด้วยความประทับใจ
พลางกล่าวขอโทษขอโพยในสิ่งที่ตนได้ทำผิดพลาดไป

เขาบอกว่าไม่ขัดข้องที่จะให้เด็กชายผ่อนค่าตัวของลูกสุนัขตัวนี้
และกล่าวว่าถ้าสุนัขทุกตัวมีเจ้านายที่จิตใจดีอย่างเด็กชาย
พวกมันก็คงจะมีชีวิตที่เป็นสุขอย่างมาก ...................................................
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : อย่าตัดสินคุณค่า จากรูปลักษณ์ภายนอก  [emo10]

Offline chaiwut

  • Webmaster
  • *****
  • Posts: 1599
    • MSN Messenger - chaiwut38@hotmail.com
    • View Profile
Re: นิทานสอนใจ[emo10]
« Reply #1 on: 10 July 2010, 22:12:34 »
ที่บ้านผมมีหมาอยู่ 8 ตัว เก็บมาเลี้ยงทั้งนั้นมีคนเอามาปล่อยครับสงสาร
มีรายหนึ่งเจ้าของใจร้ายมากเอาทั้งแม่ทั้งลูกเลยใส่ลังมาทิ้งไว้ตรงทางเข้าวัดหน้าบ้านผมเชื่อใหมลูกหมายังตัวนิดเดียวเหมือนว่าแม่มันพึ่งคลอดนะครับ ผมเดาว่าเจ้าของคงจะเอาใส่รถยนต์มานะครับแล้วด้วยความที่แม่หมามันคงวิ่งตามรถเพื่อที่จะกลับบ้านเลยโดนรถบรรทุกชนตาย เหลือลูกๆมัน 8 ตัวนอนซุกอยู่ในลังกระดาษ ผมเห็นตั้งแต่ตอนเย็นตอนเข้าไปที่วัด
ขี่รถออกมาก็เห็นมันนอนซุกอยู่อย่างนั้นตอนแรกก็ไม่คิดอะไรพอกลับมาบ้าน(บ้านผมอยู่ห่างจากวัด 500 เมตร)อดคิดถึงลูกหมาไม่ได้ว่ามันคงจะหิวนมแน่ๆเลยไปซื้อนมกล่องเอาไปให้มันกินประทังชีวิตไปก่อน แล้วผมก็กลับบ้านจอนเวลาผ่านไปราวๆสามทุ่มฝนก็เริ่มตก...ตายละมันต้องหนาวตายแน่ๆ ว่าแล้วก็กางร่มเอาไฟฉายส่องทางมาเพื่อไปดูลูกหมา
เชื่อใหมภาพที่ผมเห็นนะครับ.....ลูกหมา 8 ตัวมันซุกกอดกันกลมอยู่ในกล่องกระดาษที่มีน้ำขังตัวมันเกือบครึ่งตัวแล้วพวกมันเอาส่วนหัวเกยกันเพื่อไม่ให่น้ำเข้าจมูก...ถ้าเป็นหมาโต มันคงวิ่งไปหลบฝนได้แต่นี่มันตัวนิดเดียวมันจะไปใหนได้
ผมเลยขนย้ายลูกหมาทั้งหมดไปแอบไว้ในศาลาของวัด เอาผ้ามาเช็ดตัวมันทีละตัวแล้วห่อมันไว้กันมันหนาวตาย
มีบางตัวเริ่มร้องบ้างบางตัวกระดิกหางให้ผมด้วย คงเป็นการขอบคุณมังครับ [emo05]

ปล.วันรุ่งขึ้นแม่ผมเลยไปเอามันมาเลี้ยงที่บ้านเลย [emo02]

Offline fantasy ಠ-ಠ

  • ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
  • N/A
  • *****
  • Posts: 4491
  • เมื่อวานรู้ วันนี้ก็รู้ แต่... พรุ่งนี้ไม่รู้
    • ICQ Messenger - 2484607
    • View Profile
    • iPlusZone.com
Re: นิทานสอนใจ[emo10]
« Reply #2 on: 11 July 2010, 00:57:20 »
บางทีคนเราก็ไม่ได้รักสัตว์ที่เลี้ยงมากนัก
การที่จะรัก หรือเลี้ยง สัตว์เลี้ยงสักตัว
ต้องรัก และเลี้ยงดู "ชีวิต" สัตว์ตัวนั้น ๆ
ไม่ใช่แค่ รักเพราะอยากจะเลี้ยง
ความรัก เพราะอยากจะ "เลี้ยง" จึงทำให้ เมื่อไม่รักที่จะเลี้ยงแล้ว
ก็เลยต้องเอามาปล่อย
บางคนชอบสัตว์เลี้ยง เวลาที่ยังเล็ก พอโต ก็เอาไปปล่อย
บ่อยครั้งที่ผมอยากจะถามคนเลี้ยงหลายต่อหลายคน ว่า
ต้องการเลี้ยง "รูปลักษณ์" สัตว์ หรือว่า ต้องการเลี้ยง "ชีวิต" สัตว์
เพราะสัตว์ต่าง ๆ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนเรา คือ สัตว์เหล่านั้น ก็ต้องมีอายุมากขึ้น และร่างกายที่ใหญ่โตขึ้น
คนป่วยไข้ได้ สัตว์เหล่านี้ ก็ป่วยไข้ได้ เพราะมีชีวิตเหมือนกัน ต่างกันแค่ร่างกาย

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับนิทานที่ท่าน pajeroman นำมาให้อ่านกัน
ถ้าหลาย ๆ คนมีความคิดที่จะเลี้ยง "ชีวิต" สัตว์ที่เลี้ยง แล้วล่ะก็
คงจะไม่มีสัตว์เร่ร่อน หรือไร้เจ้าของ ให้ได้เห็นกันเกลื่อนกลาด เหมือนที่เจอะเจอในทุก ๆ วันนี้หรอก

ผมรัก แมว มากกว่า หมา (สุนัข)
แต่เพราะที่พักอาศัยไม่เอื้ออำนวยมากนัก
สองปีก่อน ได้ลูกแมวสีสวาด ซึ่งมีตาสีฟ้าใส ซึ่งมาจากบ้านน้องที่อยู่แถวลาดพร้าว
เอามาเลี้ยงได้ประมาณเก้าเดือน
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่แมวตัวนี้หายไปจากบ้าน ประมาณเกือบเดือน
ผมกินไม่ได้ นอนไม่หลับ หลายคืน เพราะความที่รักแมวตัวนี้มาก
และมาในคืนวันหนึ่ง (เมษายนปีที่แล้ว)
มันก็วิ่งออกไปที่ถนน และมองมาหาผม จากนั้นก็พุ่งออกไปที่กลางถนน
รถเก๋งแล่นผ่านมาพอดี ก็เลยทับมันเข้า
ผมใจหายวาบ ทำอะไรไม่ถูกเลย สักพักก็เอาไปที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาฯ
แต่ระหว่างที่พาไปหาหมอ มันก็เสียชีวิตไปแล้ว
หมอบอกว่า กระดูกซี่โครงหัก ทิ่มทะลุปอด
ผมก็ให้ทางโรงพยาบาลจัดการเผาศพให้
มาจนถึงวันนี้ ปลอกคอที่แมวตัวนี้ใส่ ก็ยังอยู่ในเป้ของผมอยู่เลย
และหลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน หมาที่บ้านของน้องที่ลาดพร้าว (ที่ที่ผมได้แมวมา)
ก็โดนรถที่เข้ามาในหมู่บ้าน ถอยรถมาทับตายคาที่ หน้าบ้าน
ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นี้ ทำให้ผมแทบกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไปหลายวันเลย
แต่หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน ก็มีแมวตัวผู้ ขนสีส้ม หนีมาจากไหนก็ไม่รู้ มาอยู่ที่บ้าน
ก็เลี้ยงไปตามมีตามเกิด (ไม่เหมือนกับแมวตัวแรก ที่เลี้ยงอย่างทะนุถนอม)
แต่มาเมื่อเดือนสิงหาคม แมวตัวนี้ก็แอบหนีไปนอกบ้าน และไปโดนหมากัด
ซึ่งผมก็เลยนำไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์เล็กจุฬาฯ
ค่าใช้จ่าย วันละสามถึงห้าร้อยบาท (ขึ้นอยู่กับว่า จะไปตอนเช้า เย็น หรือค่ำ)
ไปทุกวัน ประมาณหนึ่งเดือน
และจนมาถึงปลายปี (กลางเดือนธันวาคม) แมวตัวนี้ก็หนีออกไปจากบ้าน ไปอยู่ในซอยแถวบ้าน
ซึ่งมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เจอแมวตัวนี้อีกเลย

จวบจนปัจจุบันนี้ ผมบอกกับตัวเองไว้ว่า ไม่ขอเลี้ยงแมวอีกแล้ว ถ้าไม่เจอตัวที่ถูกใจจริง ๆ
เพราะไม่อยากเสียสัตว์เลี้ยงไป ในเวลาที่ไม่อันควร

ปล. ก่อนที่ท่านจะรับสัตว์มาเลี้ยง
ขออย่าได้เลี้ยง เพราะความอยาก หรือเลี้ยงเพราะรูปลักษณ์
แต่อยากให้เลี้ยง เพราะอยากเลี้ยง "ชีวิต" ของสัตว์ตัวนั้น ๆ
เพราะถ้าหากเลี้ยงเพราะ "รูปลักษณ์" ของสัตว์
ท่านจะไม่รู้จักคุณค่าของชีวิต ของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ อย่างแน่นอน

Offline boogyman

  • VPC Member
  • ****
  • Posts: 868
  • นี่แน่ะ ! ดัดจริตพิมพ์ให้ผิดดีนัก
    • View Profile
Re: นิทานสอนใจ[emo10]
« Reply #3 on: 11 July 2010, 01:46:27 »
 [emo19] [emo17] [emo39]
(ซึ้งจนน้ำตาซึมเลยท่าน)
รักสัตว์อย่างเมตตา และ รับผิดชอบ ได้บุึญ
รักสัตว์อย่างแฟชั่น อย่าคิดว่าจะได้บุญ เพราะท่า่นกำลังทำบาป  [emo17]

              รณรงค์
รักสัตว์อย่างรู้จัก คุณค่าของชีวิต
ไม่คิดดูแคลนชีวิตเพื่อนร่วมโลก  [emo19]

ปล.ผมก็ชอบแมวมากกว่าหมาเหมือนกันครับท่าน 555
เลยแนบรูปมาให้ดูซะเลย แมว(นางเม้า) หมา(เต้าหู้)
ระยะทางไกลพันลี้ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกฉันใด
ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้เมื่อลงมือทำฉันนั้น

Offline RookiE'

  • VPC Member
  • ****
  • Posts: 999
    • MSN Messenger - muu_ja_ma_ruu@live.com
    • View Profile
    • Email
Re: นิทานสอนใจ[emo10]
« Reply #4 on: 24 July 2010, 19:41:58 »
พึ่งเห็นกระทู้ เลยตอบสักหน่อย (จะได้ดันด้วย อิ อิ)
..ผมเองก็เป็นคนชอบแมว มากกว่าหมา อีกคนนึง
ที่บ้านผมนั้นมี แมว 2 ตัว กับหมา 3 ตัว ครับ... [emo02]
โดยมี...
1. เจ้าเหมียว..."มีมี่" ครับ ตัวนี้ตัวโปรดผมเลย เค้าจะชอบกินสาหร่ายแผ่น เป็นชีวิตจิตใจเลยครับ
2. เหมียวเหมือนกัน ชื่อ "เถาเถา" (แต่ก่อนชื่อเถาวัลย์ ที่มาของชื่อ ก็คือ ตอนเล็กๆ นั้นเค้าชอบเดินพันแข้งพันขา เหมือนเถาวัลย์ครับ) ตัวนี้เป็นตัวโปรดแม่ยายผมครับ
3. ตัวนี้เป็นสมาชิกใหม่ มาอยู่ที่บ้านได้เดือนครึ่งครับ เป็นน้องหมา ชื่อว่า "ฮิกกี้" ซึ่งไปถอยมาจากฟาร์มที่นนท์บุรีมาครับ
4. ชื่อว่า "เบส" ครับ เป็นสายพันธุ์เดียวกันกับ เจ้า ฮิกกี้ ซึ่งเป็นผู้หญิงเพียง 1 เดียวภายในบ้านนี้ครับผม
5.  เรียงกันว่าลุง "แบล็ค" ครับ เพราะอายุอานามก็ 10 ปีกว่าแล้วเห็นจะได้ สายพันธุ์มาจากหลายที่หลายทาง (เรื่ยกกันง่ายๆ ว่า พันธุ์ทาง เน้อ  [emo10])...

ปล. ลุง แบล็คไม่มีรูปนะครับผม  [emo10]










 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27