Home > Articles > คอมพ์ตัวเก่งกับการช่วยกันลดภาวะโลกร้อน

คอมพ์ตัวเก่งกับการช่วยกันลดภาวะโลกร้อน

How Green is Your PC?

ปัจจุบันปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาที่สำคัญอันดับต้นๆของโลก สาเหตุหลักก็มาจากการที่มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นภาวะโลกร้อน ดังเช่นปัจจุบัน พออ่านข้อความนี้จบเพื่อนๆ คงมีคำถามในใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้นั้นมันไม่ได้มีเครื่องยนต์สักหน่อย แล้วจะเกี่ยวอะไรกันล่ะ? คำตอบก็คือเกี่ยวแน่นอนครับ เพราะไฟฟ้าที่เราใช้กันนั้นก็มาจากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นพลังงานไฟฟ้านั่นเอง

71801

แน่ใจได้เลยว่าแนวทางการช่วยโลกของเราในบทความนี้จะไม่ทำให้คุณต้องห่างจากคอมพิวเตอร์เครื่องแรงสุดที่รักของคุณ และไม่ทำให้มันถูกทิ้งไว้อย่างเดียวดายอยู่ที่มุมห้องตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน ทั้งยังอาจจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของเพื่อนๆได้อีกด้วย

ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อเล่นเกมส์อย่างจริงๆจังๆนั้น จะประกอบไปด้วย ซีพียูที่ทรงพลัง และกราฟิคการ์ดราคาแพง ซึ่งนั่นจะทำให้คอมพิวเตอร์ประเภทนี้เขมือบพลังงานไฟฟ้ามากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาๆที่ใช้งานทั่วไป อย่างการเล่นอินเตอร์เน็ต หรือฟังเพลง มันน่ากลัวมากทีเดียวเมื่อได้เห็นอัตราบริโภคพลังงานไฟฟ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบขึ้นมาเพื่อเล่นเกมส์โดยเฉพาะ เราได้ลองประกอบเครื่องด้วยซีพียู Core 2 Quad, กราฟิคการ์ด nVidia Geforce 8800GTS ตัวหนึ่ง กับเพาเวอร์ซัพพลายขนาด 600 วัตต์ โดยทั้งหมดนี้ได้ต่อเข้ากับมิเตอร์วัดพลังงานการใช้ไฟฟ้าที่แสดงค่ากินพลังงานการใช้ไฟฟ้าเป็นหน่วยวัตต์

เมื่อเรากดปุ่มเปิดเครื่องแล้วใช้งานตามปกติ ฟังเพลง เช็คอีเมล์ ปรากฏว่าเครื่องที่เราได้ประกอบขึ้นมานั้นกินไฟไปประมาณ 210 วัตต์ จากนั้นเราได้ลองเล่นเกมส์ที่มีการใช้ทรัพยากรเครื่องมากๆ อย่างเกมส์ Crysis มิเตอร์วัดไฟนั้นแสดงตัวเลขการใช้ไฟไปมากกว่า 300 วัตต์ ในอีกด้านหนึ่งในคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คที่ใช้ซีพียู Core 2 Duo บวกกับกราฟิคการ์ดออนบอร์ดนั้นใช้ไฟที่ประมาณ 30 วัตต์ และใช้ไฟสูงสุดเพียง 40 วัตต์เท่านั้นเมื่อมีการใช้งานพวกดูหนังความละเอียดสูงที่ต้องใช้พลังการประมวลผลมาก ดังนั้นจะเห็นได้เลยว่าเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมส์นั้นกินไฟมากกว่าโน็ตบุ๊คถึง 10 เท่า!!! เพื่อจะให้มองเห็นว่าการบริโภคไฟของเครื่องคอมพ์ที่ประกอบขึ้นไว้เพื่อเล่นเกมส์นั้นมากขนาดไหน ถ้าเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาแล้วใช้งานแบบปกติจะใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟแบบประหยัดไฟ 2 หลอด ตลอดทั้งปี แต่ถ้าหากเป็นเครื่องคอมพ์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเล่นเกมส์โดยเฉพาะที่มีซีพียูแรงสุดขั้ว บวกกับการ์ดจอเทพที่ใช้งานเล่นเกมส์จะบริโภคปริมาณไฟฟ้าเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟแบบประหยัดไฟถึง 14 หลอดตลอดทั้งปี ซึ่งจะเห็นได้ว่ามากกว่ากันถึง 7 เท่า!!

ในปัจจุบันถ้าจะพูดกันตามความจริงเครื่องคอมพ์ของเพื่อนๆ รวมทั้งผมต่างก็ไม่ได้ใช้กันแบบคอมพ์บ้านๆทั่วไปหรอก อ้าวแล้วพวกเราทำอะไรกัน? ก็พวกการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆโดยการเปิดคอมพ์ทิ้งไว้ไงล่ะ (โหลดบิทนี่แหละตัวดี) ซึ่งการทำอย่างนี้เป็นเวลาติดต่อกันทั้งปี คอมพ์ตัวเก่งของเพื่อนๆกินไฟฟ้าเป็นปริมาณมหาศาล ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้ๆกันนั้นก็มาจากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนเป็นตันๆ ออกสู่บรรยากาศของโลกนั่นเอง นี่ยังไม่รวมถึงการเปิดเครื่องปรับอากาศและการเปิดไฟให้กับห้องของคุณเพื่อเล่นเกมส์ต่างๆแบบมาราธอนหลายๆชั่วโมงอีก

การแก้ไขปัญหานี้ได้ดีที่สุดคือ การ Shutdown เครื่องคอมพ์ของเพื่อนๆซะ เมื่อไม่ได้ใช้งาน แต่นั่นก็ยังไม่พอถ้าปลั๊กยังคงเสียบคาอยู่ที่เต้ารับบนผนังห้อง เพราะว่าการที่เราเสียบปลั๊กคาไว้นั้นจะมีการกินไฟเล็กน้อย แต่นั่นก็เป็นสาเหตุปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่โลกอีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้นจึงควรถอดปลั๊กออกทุกครั้งที่ Shutdown เครื่อง

ยังมีวิธีอื่นๆอีกนอกจากการ Shutdown เครื่อง นั่นก็คือการลดความถี่ของการอัพเกรดเครื่องลง เพื่อลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยแนะนำว่าทุกครั้งที่ต้องการอัพเกรดเครื่องเช่น กราฟิคการ์ดเพื่อให้เล่นเกมส์ใหม่ล่าสุดได้ ก็ควรซื้อรุ่นที่ใหม่สุดในขณะนั้นเพื่อชะลอความเร็วของการอัพเกรดครั้งหน้าให้ช้าลง ส่วนการ์ดกราฟิคตัวเก่าตกรุ่นล่ะ จะเอาไปไว้ที่ไหน ขว้างลงคลองหรือโยนมันลงในถึงขยะเลยดีไหม? โปรดอย่าทำอย่างนั้นเป็นอันขาด เนื่องจากเหตุผล 2 ข้อก็คือ อย่างแรกเพราะมันเต็มไปด้วยสสารที่เป็นอันตรายเช่น ตะกั่ว ปรอท และสารหนู ซึ่งมันจะเป็นเหตุให้น้ำและดินเป็นพิษ อย่างที่สองแม้ว่าเราจะเล่นเกมส์ใหม่ๆอย่าง Crysis ไม่ได้แล้ว แต่มันยังเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆที่นำไปเล่นเกมส์เก่าๆได้ ดังนั้นจึงควรนำมันไปขายเป็นสินค้ามือสองตามเว็บบอร์ดต่างๆจะเป็นประโยชน์กว่า

แต่ถ้าเป็นเครื่องคอมพ์ทั้งเครื่องที่ตกรุ่นและช้าเกินไปสำหรับคุณ แนะนำว่าควรนำไปบริจาคให้กับโรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆ (แต่ต้องยังใช้งานได้อยู่นะ) แม้มันจะเล่นเกมส์ใหม่ๆที่มีภาพกราฟิคสูงๆไม่ได้แต่มันก็สามารถเล่นอินเตอร์เน็ต หรือพิมพ์งานเอกสารได้อย่างสบายๆ

สรุปกันสั้นๆเลยว่า การเล่นเกมส์ด้วยเครื่องคอมพ์เทพสุดแรงของเพื่อนๆนั้นเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมทางหนึ่ง แต่ว่าอย่าเพิ่งน้อยใจไป เพราะว่าการเล่นเกมส์ด้วยเครื่องคอนโซล Next-Gen อย่าง Xbox 360 หรือ PlayStation 3 ก็ไม่ได้กินไฟน้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่เลย ดังนั้นพวกเรานักเล่นเกมส์พีซีก็ได้เป็นผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมแต่เพียงคนเดียว โดยแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้นั้นสามารถทำได้ง่ายๆคือ เพียงลองทำตามคำแนะนำของเราสักข้อโดยแลกกับความสะดวกสบายเล็กน้อย คุณก็ยังคงสามารถเล่นเกมส์ได้อย่างสนุกสนานเหมือนเดิมและยังช่วยให้โลกใบนี้ให้ถูกทำลายน้อยลงอีกด้วยครับ

แหล่งที่มา Future Gamer – May, 2008


  Note. "ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้เว็บมาสเตอร์หรือเจ้าของเว็บไซต์ใด คัดลอกบทความหรือรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์อื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด"


How Green is Your PC? ปัจจุบันปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาที่สำคัญอันดับต้นๆของโลก สาเหตุหลักก็มาจากการที่มนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในโลกของเรามากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นภาวะโลกร้อน ดังเช่นปัจจุบัน พออ่านข้อความนี้จบเพื่อนๆ คงมีคำถามในใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้นั้นมันไม่ได้มีเครื่องยนต์สักหน่อย แล้วจะเกี่ยวอะไรกันล่ะ? คำตอบก็คือเกี่ยวแน่นอนครับ เพราะไฟฟ้าที่เราใช้กันนั้นก็มาจากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็นพลังงานไฟฟ้านั่นเอง แน่ใจได้เลยว่าแนวทางการช่วยโลกของเราในบทความนี้จะไม่ทำให้คุณต้องห่างจากคอมพิวเตอร์เครื่องแรงสุดที่รักของคุณ และไม่ทำให้มันถูกทิ้งไว้อย่างเดียวดายอยู่ที่มุมห้องตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน ทั้งยังอาจจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของเพื่อนๆได้อีกด้วย ประเภทของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อเล่นเกมส์อย่างจริงๆจังๆนั้น จะประกอบไปด้วย ซีพียูที่ทรงพลัง และกราฟิคการ์ดราคาแพง ซึ่งนั่นจะทำให้คอมพิวเตอร์ประเภทนี้เขมือบพลังงานไฟฟ้ามากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาๆที่ใช้งานทั่วไป อย่างการเล่นอินเตอร์เน็ต หรือฟังเพลง มันน่ากลัวมากทีเดียวเมื่อได้เห็นอัตราบริโภคพลังงานไฟฟ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบขึ้นมาเพื่อเล่นเกมส์โดยเฉพาะ เราได้ลองประกอบเครื่องด้วยซีพียู Core 2 Quad, กราฟิคการ์ด nVidia Geforce 8800GTS ตัวหนึ่ง กับเพาเวอร์ซัพพลายขนาด 600 วัตต์ โดยทั้งหมดนี้ได้ต่อเข้ากับมิเตอร์วัดพลังงานการใช้ไฟฟ้าที่แสดงค่ากินพลังงานการใช้ไฟฟ้าเป็นหน่วยวัตต์ เมื่อเรากดปุ่มเปิดเครื่องแล้วใช้งานตามปกติ ฟังเพลง เช็คอีเมล์ ปรากฏว่าเครื่องที่เราได้ประกอบขึ้นมานั้นกินไฟไปประมาณ 210 วัตต์ จากนั้นเราได้ลองเล่นเกมส์ที่มีการใช้ทรัพยากรเครื่องมากๆ อย่างเกมส์ Crysis มิเตอร์วัดไฟนั้นแสดงตัวเลขการใช้ไฟไปมากกว่า 300 วัตต์ ในอีกด้านหนึ่งในคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊คที่ใช้ซีพียู Core 2 Duo บวกกับกราฟิคการ์ดออนบอร์ดนั้นใช้ไฟที่ประมาณ 30 วัตต์ และใช้ไฟสูงสุดเพียง 40 วัตต์เท่านั้นเมื่อมีการใช้งานพวกดูหนังความละเอียดสูงที่ต้องใช้พลังการประมวลผลมาก ดังนั้นจะเห็นได้เลยว่าเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมส์นั้นกินไฟมากกว่าโน็ตบุ๊คถึง 10 เท่า!!! เพื่อจะให้มองเห็นว่าการบริโภคไฟของเครื่องคอมพ์ที่ประกอบขึ้นไว้เพื่อเล่นเกมส์นั้นมากขนาดไหน ถ้าเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาแล้วใช้งานแบบปกติจะใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟแบบประหยัดไฟ 2 หลอด ตลอดทั้งปี แต่ถ้าหากเป็นเครื่องคอมพ์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเล่นเกมส์โดยเฉพาะที่มีซีพียูแรงสุดขั้ว บวกกับการ์ดจอเทพที่ใช้งานเล่นเกมส์จะบริโภคปริมาณไฟฟ้าเทียบเท่ากับการเปิดหลอดไฟแบบประหยัดไฟถึง 14 หลอดตลอดทั้งปี ซึ่งจะเห็นได้ว่ามากกว่ากันถึง 7 เท่า!! ในปัจจุบันถ้าจะพูดกันตามความจริงเครื่องคอมพ์ของเพื่อนๆ รวมทั้งผมต่างก็ไม่ได้ใช้กันแบบคอมพ์บ้านๆทั่วไปหรอก อ้าวแล้วพวกเราทำอะไรกัน? ก็พวกการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆโดยการเปิดคอมพ์ทิ้งไว้ไงล่ะ (โหลดบิทนี่แหละตัวดี) ซึ่งการทำอย่างนี้เป็นเวลาติดต่อกันทั้งปี คอมพ์ตัวเก่งของเพื่อนๆกินไฟฟ้าเป็นปริมาณมหาศาล ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้ๆกันนั้นก็มาจากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนเป็นตันๆ ออกสู่บรรยากาศของโลกนั่นเอง นี่ยังไม่รวมถึงการเปิดเครื่องปรับอากาศและการเปิดไฟให้กับห้องของคุณเพื่อเล่นเกมส์ต่างๆแบบมาราธอนหลายๆชั่วโมงอีก การแก้ไขปัญหานี้ได้ดีที่สุดคือ การ Shutdown เครื่องคอมพ์ของเพื่อนๆซะ เมื่อไม่ได้ใช้งาน แต่นั่นก็ยังไม่พอถ้าปลั๊กยังคงเสียบคาอยู่ที่เต้ารับบนผนังห้อง เพราะว่าการที่เราเสียบปลั๊กคาไว้นั้นจะมีการกินไฟเล็กน้อย แต่นั่นก็เป็นสาเหตุปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่โลกอีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้นจึงควรถอดปลั๊กออกทุกครั้งที่ Shutdown เครื่อง ยังมีวิธีอื่นๆอีกนอกจากการ Shutdown…

Review Overview

About varietypc

บทความส่วนใหญ่บนเว็บไซต์ VarietyPC.net จะมีการนำเสนอบทความทั้งข้อความและรูปภาพประกอบที่ค่อนข้างละเอียด ส่วนหนึ่งก็เพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานมือใหม่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายและไม่เกร็งหรือกลัวที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เหมือนเวลาผมเข้าเว็บไซต์บางเว็บที่มีการอธิบายแบบลวกๆ อธิบายไม่เข้าใจ ทำให้งงเป็นไก่ตาแตกไปเป็นวันๆหรือยกเลิกที่จะทำไปเลยก็มี หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยส่วนใด สามารถสอบถามได้นะครับ