Home > Hardware Reviews > Desktop PC > ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

เกริ่นนำกันก่อน

ห่างหายกันไปหลายวันเลยกับการอัพเดตเนื้อหาภายในเว็บ VPC จริงๆก็ไม่ได้ไปไหนไกลนะครับ ไม่ได้ไปอู้แอบหลับนอนอยู่แถวไหน อยู่แถวๆนี้แหละ กับเวลาหลังเลิกงานหลัก ก็นั่งอยู่แต่หน้าจอทดสอบฮาร์ดแวร์ที่วางกองอยู่เต็มไปหมดเลย อิอิ (แบบว่าทดสอบกันไม่ทัน 555) วันนี้ผมได้รับกราฟิคการ์ดอีกหนึ่งรุ่นที่ถูกส่งมาให้ทำการทดสอบกันอีกแล้ว นะครับ แต่ครั้งนี้ถือได้ว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะการ์ดที่นำมาทำการทดสอบในวันนี้เป็นการ์ดที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับสูง ของตลาดไอที ณ เวลานี้เลยก็ว่าได้ ถือเป็นที่สุดของทางค่ายเขียวอย่าง Nvidia ณ เวลานี้ด้วย นั่นก็คือ กราฟิคการ์ดที่ใช้ชื่อรุ่นว่า GeForce GTX 580 มีมากับแบรนด์ดังๆอย่าง GIGABYTE และโค้ดเนมใหม่บนชิพ GPU อย่าง GF110 นั่นเอง

โดยหลังจากที่ผ่านมาทาง Nvidia ได้มีการเปิดตัวกราฟิคชิพ GF100 ที่มีมากับรุ่น GeForce GTX 480, 470 และ 465 ไปเรียบร้อยแล้ว ก็พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของการรองรับเทคโนโลยีการแสดงภาพด้วย API ที่เป็นลูกเล่นใหม่ของ Microsoft อย่าง DirectX 11 ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพ โดยการนำเอาเทคโนโลยี Tessellation ซึ่งเป็นจุดเด่นของ DirectX เวอร์ชั่นใหม่นี้ ให้มีความสวยงาม สมจริงกับการมองรายละเอียดต่างๆบนตัววัตถุได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเมื่อเทียบกับ DirectX 10 ถือว่ามีความแตกต่างกันมากพอสมควร

โครงสร้างของชิพรหัส GF110

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

สำหรับโครงสร้างบล็อคไดอะแกรมภายในของชิพ GF110 จะมีการบรรจุชุด GPC (Graphics Processor Cluster) มาให้ 4 ชุด และภายในตัว GPC แต่ละชุดก็จะมี Streaming Multiprocessor (SM) แยกออกมาให้อีก 4 ชุดด้วยกัน ซึ่งในตัว SM แต่ละชุดนี้ก็จะมี CUDA Core มาให้ 32 Core เมื่อนำมารวมกันแล้วก็จะทำให้ชิพรุ่นนี้มี CUDA Core มาให้มากถึง 512 Core กันเลยทีเดียว และอยู่ภายใต้การควบคุมของชุด Memory Controller อีก 6 ชุดด้วย ซึ่งถือว่าจำนวน CUDA Core และ Memory Controller เยอะที่สุดแล้วกับ ณ เวลานี้ ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรม Nvidia Fermi (แต่ในอนาคตอันใกล้กับชิพรุ่นใหม่ๆ ก็จะมีการบรรจุ CUDA Core เข้าไปมากกว่านี้อีกครับ)

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

เครดิตรูปจาก anandtech.com

ความแตกต่างระหว่าง GeForce GTX 480 (GF100) และ GeForce GTX 580 (GF110)

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

เครดิตรูปจาก legitreviews.com

และการเปรียบเทียบค่า TDP

+ GeForce GTX 580: 512 SP, 384-bit, 243W TDP
+ GeForce GTX 480: 480 SP, 384-bit, 250W TDP
+ GeForce GTX 470: 448 SP, 320-bit, 225W TDP

สเปคมาตรฐานที่มีมากับตัวการ์ด GeForce GTX 580

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

เครดิตรูปจาก legitreviews.com

ฟีเจอร์เด่นๆที่มีมาให้กับการ์ดรุ่นนี้

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

2 พันล้านครั้งต่อวินาที ด้วย 512 Core 16 PolyMorph Engine ซึ่งเจ้าเอนจิ้นตัวนี้เมื่อผนวกรวมกับ CUDA Core จะช่วยทำให้การประมวลผลทางด้านรูปทรงของวัตถุเป็นไปได้อย่างชัดเจนมากยิ่ง ขึ้น

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

ประสิทธิภาพที่ได้จาก DirectX 11 ด้วยเทคโนโลยี Tessellation เมื่อเทียบกับการ์ดรุ่นอื่นๆ

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

ด้วย เทคโนโลยี Tessellation สามารถดึงเอาเทคโนโลยีอย่าง DirectX 11 จากเกม HAWX2 เข้ามาช่วยในรายละเอียดต่างๆ รวมถึงเกมที่จะมีตามออกมาในอนาคตด้วย

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

ภาพที่ได้จากการปิด Tessellation

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

และเมื่อมีการเปิดใช้งาน Tessellation จะทำให้มีการแสดงรายละเอียดของภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

GeForce GTX 580 สามารถดึงประสิทธิภาพจาก DX11 ออกมาได้อย่างถูกต้องมากที่สุด

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

เสียงเซอร์ราวด์แบบรอบทิศทางและการต่อแสดงผลแบบหลายจำภาพ (Multi-Display)

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

การดึงประสิทธิภาพทางด้าน 3D ด้วยเทคโนโลยี PhysX

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

การดึงประสิทธิภาพ 3D แบบความมันส์ทะลุจอ จากเกม Call of Duty: Black Ops

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

เทคนิคทางการตลาดที่จะช่วยทำให้เกม Call of Duty: Black Ops เติบโตทางด้าน 3D ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

รวมทั้งประสิทธิภาพจากเกม เมื่อเทียบกับการ์ดของอีกค่ายอย่าง AMD HD5870

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

สเปคมาตรฐานที่มีมากับ Reference Card อย่าง GeForce GTX 580

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

GeForce GTX 580 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม และเมื่อมีการต่อการ์ดหลายตัว (Multi-GPU) ด้วยฟังก์ชั่น 3-Way SLI จะทำให้การเล่นเกมดีที่สุดอีกด้วย

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580

ที่สุดแห่งดวงตาสีฟ้ากับ GIGABYTE GeForce GTX 580


  Note. "ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้เว็บมาสเตอร์หรือเจ้าของเว็บไซต์ใด คัดลอกบทความหรือรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์อื่น หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด"


เกริ่นนำกันก่อน ห่างหายกันไปหลายวันเลยกับการอัพเดตเนื้อหาภายในเว็บ VPC จริงๆก็ไม่ได้ไปไหนไกลนะครับ ไม่ได้ไปอู้แอบหลับนอนอยู่แถวไหน อยู่แถวๆนี้แหละ กับเวลาหลังเลิกงานหลัก ก็นั่งอยู่แต่หน้าจอทดสอบฮาร์ดแวร์ที่วางกองอยู่เต็มไปหมดเลย อิอิ (แบบว่าทดสอบกันไม่ทัน 555) วันนี้ผมได้รับกราฟิคการ์ดอีกหนึ่งรุ่นที่ถูกส่งมาให้ทำการทดสอบกันอีกแล้ว นะครับ แต่ครั้งนี้ถือได้ว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะการ์ดที่นำมาทำการทดสอบในวันนี้เป็นการ์ดที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับสูง ของตลาดไอที ณ เวลานี้เลยก็ว่าได้ ถือเป็นที่สุดของทางค่ายเขียวอย่าง Nvidia ณ เวลานี้ด้วย นั่นก็คือ กราฟิคการ์ดที่ใช้ชื่อรุ่นว่า GeForce GTX 580 มีมากับแบรนด์ดังๆอย่าง GIGABYTE และโค้ดเนมใหม่บนชิพ GPU อย่าง GF110 นั่นเอง โดยหลังจากที่ผ่านมาทาง Nvidia ได้มีการเปิดตัวกราฟิคชิพ GF100 ที่มีมากับรุ่น GeForce GTX 480, 470 และ 465 ไปเรียบร้อยแล้ว ก็พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของการรองรับเทคโนโลยีการแสดงภาพด้วย API ที่เป็นลูกเล่นใหม่ของ Microsoft อย่าง DirectX 11 ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพ โดยการนำเอาเทคโนโลยี Tessellation ซึ่งเป็นจุดเด่นของ DirectX เวอร์ชั่นใหม่นี้ ให้มีความสวยงาม สมจริงกับการมองรายละเอียดต่างๆบนตัววัตถุได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเมื่อเทียบกับ DirectX 10 ถือว่ามีความแตกต่างกันมากพอสมควร โครงสร้างของชิพรหัส GF110 สำหรับโครงสร้างบล็อคไดอะแกรมภายในของชิพ GF110 จะมีการบรรจุชุด GPC (Graphics Processor Cluster) มาให้ 4 ชุด และภายในตัว GPC แต่ละชุดก็จะมี Streaming Multiprocessor (SM) แยกออกมาให้อีก 4 ชุดด้วยกัน ซึ่งในตัว SM แต่ละชุดนี้ก็จะมี CUDA Core มาให้ 32 Core เมื่อนำมารวมกันแล้วก็จะทำให้ชิพรุ่นนี้มี CUDA Core มาให้มากถึง 512 Core…

Review Overview

About varietypc

บทความส่วนใหญ่บนเว็บไซต์ VarietyPC.net จะมีการนำเสนอบทความทั้งข้อความและรูปภาพประกอบที่ค่อนข้างละเอียด ส่วนหนึ่งก็เพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานมือใหม่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายและไม่เกร็งหรือกลัวที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เหมือนเวลาผมเข้าเว็บไซต์บางเว็บที่มีการอธิบายแบบลวกๆ อธิบายไม่เข้าใจ ทำให้งงเป็นไก่ตาแตกไปเป็นวันๆหรือยกเลิกที่จะทำไปเลยก็มี หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยส่วนใด สามารถสอบถามได้นะครับ