สำหรับโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะเครื่องที่ติดตั้ง Windows Vista มาด้วย มักจะกำหนดโหมดของฮาร์ดดิสต์มาเป็น SATA ซึ่งจะทำให้ติดตั้ง Windows XP ไม่ได้ ดังนั้น ก่อนติดตั้ง Windows XP ท่านจะต้องเข้าไปเปลี่ยนโหมดของฮาร์ดดิสต์ในไบออสจาก SATA ให้เป็นโหมด IDE เสียก่อน โดยเข้าไปปรับที่เมนู Main ในหน้าต่างไบออส
[more]
เป็นพอร์ตเชื่อมต่อการแสดงผลแบบ 19-pin ที่ส่งสัญญาณมัลติมีเดียความละเอียดสูงทั้งภาพดิจิตอลและระบบเสียงรอบทิศทางผ่านสายสัญญาณเพียงเส้นเดียวไปยังอุปกรณ์แสดงผล ปัจจุบันมาตรฐาน HDMI นี้ กำลังเริ่มนิยมใช้งานกันมากโดยเฉพาะในเครื่องเล่น DVD, Blu-ray Disc, PS3, XBOX360, จอคอมพิวเตอร์แบบ LCD และ LCD TV หรือ Plasma ในระบบ HDTV ที่รองรับความละเอียดสูงๆได้ตั้งแต่ 480i/p, 720p, 1080i/p ไปจนถึง 1600p เป็นต้น โดยให้แบนด์วิดธ์สูงสุดที่ 10.2 Gb/s
[more]
ในการติดตั้งไดร์เวอร์ของเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆบางยี่ห้อในปัจจุบัน มักจะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการติดตั้งไดร์เวอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ โดยผู้ใช้สามารถคลิกปุ่มเพียงปุ่มเดียวเพื่อให้โปรแกรมตรวจสอบ และติดตั้งไดร์เวอร์ของอุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับเมนบอร์ดรุ่นนั้นๆให้โดยอัตโนมัติ เช่นดังรูปตัวอย่าง เมื่อเราคลิกปุ่ม “XPress Install” ไดร์เวอร์ทั้งหมดที่จำเป็นจะถูกติดตั้งให้อย่างครบถ้วนโดยอัตโนมัติ
[more]
สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows Vista นั้น จะใช้กับระบบไฟล์แบบ NTFS ได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถใช้กับ FAT32 เหมือน Windows XP ได้ ดังนั้นการฟอร์แมตด้วยแผ่นติดตั้ง Windows Vista จะได้ระบบไฟล์เป็นแบบ NTFS โดยอัตโนมัติ หรือถ้าหากผู้ใช้ต้องการจัดเตรียมฮาร์ดดิสต์สำหรับติดตั้ง Windows Vista ด้วยวิธีการอื่นๆก็ให้ฟอร์แมตพาร์ทิชันด้วยระบบไฟล์แบบ NTFS เท่านั้นครับ
[more]
โปรแกรมประเภทป้องกันและกำจัดไวรัสหรือสปายแวร์ โดยปกติจะต้องมีการอัพเดตข้อมูล หรือแม้แต่ตัวโปรแกรมเองให้รู้จักหรือสามารถจัดการกับไวรัสหรือสปายแวร์ตัวใหม่ๆได้อยู่ตลอดเวลาเช่น ทุกวัน(บางโปรแกรมอัพเดตวันละ 3-4 ครั้งก็มี), หรือทุกสัปดาห์สำหรับการอัพเดตแบบ Off Line ไม่เช่นนั้นก็จะจัดการได้เฉพาะไวรัสหรือสปายแวร์ตัวเก่าๆตามที่มีข้อมูลอยู่เดิมเท่านั้น ถ้ามีไวรัสตัวใหม่ๆผ่านเข้ามาในเครื่องของเราก็จะจับไม่ได้หรือไม่รู้จัก สำหรับโปรแกรมที่เสียเงิน (Lisence) อาจมีบริการให้อัพเดตข้อมูลได้ 1 ปีแถมมาด้วย และพอครบปีแล้วถ้าไม่เสียเงินอัพเดตตัวโปรแกรมเป็นรุ่นใหม่ (ซึ่งจะแถมหรือขายพร้อมบริการอัพเดตฟรีต่อไปอีก 1 ปีเช่นเคย) ก็ต้องเสียเงินค่าบริการอัพเดตข้อมูลให้กับโปรแกรมรุ่นเดิม (ราคามักอยู่ระหว่างหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อปี) ส่วนโปรแกรมประเภทเดียวกันนี้ที่แจกฟรี ก็ต้องมีการอัพเดตข้อมูลด้วยเช่นกัน ซึ่งมักจะฟรีตลอด แต่อาจไม่เร็วหรือบ่อยครั้งเท่าโปรแกรมเสียเงิน
ที่ต้องการย้ำก็คือ หากโปรแกรมที่ท่านใช้อยู่ไม่สามารถอัพเดตข้อมูลไวรัสและสปายแวร์ใหม่ๆได้แล้ว ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม เช่น หมดระยะเวลาทดลองใช้งาน หรือใช้งานมาครบอายุบริการแล้ว และไม่อยากเสียเงินค่าบริการรายปีในการอัพเดตข้อมูลต่อไป ก็ควรเลิกใช้โปรแกรมตัวนั้นและ Uninstall โปรแกรมทิ้งไปเลย แล้วหาโปรแกรมฟรีๆที่อัพเดตข้อมูลได้มาใช้งานแทน เช่น AVG Free Edition หรือตามลิงค์ด้านล่าง มาใช้งานแทนน่าจะปลอดภัยกว่าครับ
[more]
Western Digital ได้วางจำหน่ายฮาร์ดดิสต์ในตระกูล Green Power ที่มีการออกแบบวงจรควบคุมความเร็วมอเตอร์ของฮาร์ดดิสต์ใหม่ โดยสามารถปรับระดับการทำงานของมอเตอร์ได้ตั้งแต่ 5,400 – 7,200 รอบต่อนาที ช่วยให้ประหยัดพลังงานและลดความร้อนในการทำงานของมอเตอร์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมียี่ห้ออื่นผลิตตามออกมาเช่นกัน และเป็นที่แน่นอนแล้วว่าอย่างน้อย Hitachi ก็เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่ผลิตฮาร์ดดิสต์ประหยัดพลังงานนี้ด้วย
[more]
ตามปกติฮาร์ดดิสต์แบบ Serial ATA จะมีหัวต่อสายไฟแบบใหม่ที่เรียกว่า SATA Power มาให้เพียง 1 หัวเท่านั้น แต่ผู้ผลิตฮาร์ดดิสต์บางยี่ห้อได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ที่มีแหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) แบบรุ่นเก่าซึ่งยังไม่รองรับหัวต่อ SATA Power นี้ โดยที่ตัวฮาร์ดดิสต์จะมีหัวต่อ ATX Power เดิมๆมาให้ด้วย และในการใช้งานผู้ใช้จะต้องเลือกว่าจะใช้หัวต่อแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น ห้ามเสียบใช้งานทั้ง 2 หัวพร้อมกันโดยเด็ดขาด เพราะฮาร์ดดิสต์ของท่านจะไปเกิดใหม่ได้ครับ
[more]
ช่วงนี้ทุกๆท่านอาจจะเห็นแรมความเร็วบัสสูงๆ วางจำหน่ายตามร้านต่างๆมากขึ้นเช่น บัส 800MHz, 1066MHz, 1200MHz, 1333MHz ไปจนถึงบัส 1800MHz เป็นต้น ซึ่งค่าความเร็ว FSB ที่ระบุยิ่งมากยิ่งหมายความว่า แรมเหล่านี้สนับสนุนการ Overclock ที่ FSB สูงกว่าปกติได้ ซึ่งแรมเหล่านี้มักเอาไว้สำหรับการ Overclock เป็นหลัก และราคามักจะสูงกว่าปกติด้วย แต่ถ้าท่านไม่ใช่นัก Overclock การใช้แรมที่รับความเร็วมาตรฐานนั้นเพียงพอแล้ว และประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย
[more]
คือ การนำเอาฮาร์ดดิสต์ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาทำงานร่วมกันเสมือนเป็นฮาร์ดดิสต์ตัวเดียวที่มีประสิทธิภาพ (Performance) สูงขึ้น และมีโอกาสที่จะสูญเสียข้อมูลน้อยลงในกรณีที่เกิดความผิดพลาดทางด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งเทียบได้กับฮาร์ดดิสต์ที่มีขนาดใหญ่และราคาแพง โดยกลุ่มของฮาร์ดดิสต์ที่นำมาต่อร่วมกันภายใต้เทคโนโลยี Raid นี้เรียกว่า ดิสต์อาร์เรย์ (Disk Array) ซึ่งระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ต่างๆจะมองเห็นเป็นฮาร์ดดิสต์เพียงตัวเดียวที่มีขนาดใหญ่เท่ากับความจุของทุกตัวรวมกัน เดิมที่เทคโนโลยี Raid ถูกออกแบบมาสำหรับใช้กับเครื่อง Server โดยแบ่งประเภทการนำฮาร์ดดิสต์มาใช้งานร่วมกันไว้ 5 แบบหรือ 5 ระดับด้วยกันคือ ตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 5 แต่ต่อมาได้ถูกนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์ Desktop ทั่วๆไปด้วย จึงได้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นมาอีกหลายๆระดับจนกลายมาเป็น Raid 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 และ Raid 10 เป็นต้น โดย Raid 0 จะเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการใช้งานกับเครื่องพีซีทั่วไป
[more]
แคช L3 มีไว้เพื่อเป็นที่พักข้อมูลระหว่างคอร์แต่ละคอร์ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังที่อื่นๆ (เช่น แรมหรือชิพเซ็ต) จำเป็นมากสำหรับการทำงานของซีพียูที่มี 4 คอร์ขึ้นไป สังเกตได้จากซีพียู AMD Phenom I และ II ทุกรุ่น และ Intel Core i7 ซึ่งถ้าหากไม่มีแคช L3 จะทำให้การส่งข้อมูลในแต่ละคอร์ล่าช้าและติดขัด เพราะคอร์แต่ละคอร์อาจมีบางครั้งที่ประมวลผลเสร็จช้าเร็วไม่เท่ากัน และ แคช L3 มีหน้าที่เก็บข้อมูลที่ประมวลผลเสร็จแล้วทุกส่วนโดยสมบูรณ์ก่อนส่งต่อไปที่อื่นครับ
[more]