| Share | Tweet |
|
สวัสดีครับเพื่อนๆสมาชิกและเพื่อนๆผู้ที่กำลังสัญจรผ่านไปผ่านมาและผ่านเข้ามายังเว็บวาไรตี้พีซีวาไรตี้ดีๆสำหรับคอไอทีและแหล่งความรู้อีกแห่งหนึ่งกับทุกๆท่านนะครับ ช่วงนี้ก็เข้าใกล้ช่วงเทศกาลคริสมาตและปีใหม่สากลเข้าไปทุกขณะ ทางผมก็ขออวยพรให้เพื่อนๆทุกๆท่านประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆตลอดช่วงเทศกาล ไปไหนมาไหนก็ขอปลอดภัยกันทุกท่านนะครับ สำหรับวันนี้ทางเว็บวาไรตี้พีซีก็ได้รับจอ LED Monitor จากทาง ASUS มาให้ทำการทดสอบกันอีกหนึ่งรุ่นนั่นก็คือรุ่น ML239H ซึ่งเป็นจอมอนิเตอร์ประเภท IPS Panel (In-plane switching) แบบ 8-Bit จะมีข้อดีหลักๆก็ตรงที่สามารถแสดงภาพได้อย่างคมชัดและให้โทนสีที่มีความเที่ยงตรงสูงรวมถึง ประสิทธิภาพที่ได้จากการแสดงผลก็สูงกว่าจอมอนิเตอร์แบบที่วางจำหน่ายอยู่ทั่วไปอีกด้วย
Specification
สำหรับสเปคจอมอนิเตอร์ในรุ่น ML239H โดยคร่าวๆก็จะมีขนาดความกว้าง 23 นิ้ว ทาง ASUS เขาจะใช้ IPS Panel ประเภท LED Backlight ที่มีความละเอียดของหน้าจอ 1,920 x 1,080 พิกเซล (Full HD) ค่าคอนทราสต์ที่ 50,000,000:1 และมีอัตราการตอบสนองหรือ Response Time ที่ 5ms ซึ่งความสามารถที่มีมาให้ขนาดนี้จะช่วยทำให้ตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป หรือใช้งานทางด้านความบันเทิงได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

Product Gallery
ทางด้านการออกแบบรูปทรงของจอภาพก็จะเน้นให้ดูเรียบๆครับ บริเวณขอบหน้าจอและฝาปิดด้านหลังจะใช้วัสดุที่เป็นแบบ High Grossy สีดำมันวาวทั้ง 2 ด้านเลย
ที่ฝาปิดทางด้านหลังจะมีการปั๊มยี่ห้อ ASUS มาให้ด้วย เท่ห์แบบไม่ต้องบอกใครเลยทีเดียว
ถ้าสังเกตที่บริเวณขอบจอก็จะมีรูพรุนทุกด้านเลยครับ ตรงนี้ก็เพื่อให้มีการส่งถ่ายความร้อนออกสู่ภายนอกได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
บริเวณปุ่มควบคุมและปุ่มเปิด-ปิด (ปุ่มใหญ่ทางด้านขวา) จะเป็นปุ่มแบบเซ็นเซอร์ เพียงแค่แตะนิ้วการทำงานก็จะเริ่มขึ้น และมีไฟ LED แสดงการทำงานเป็นสีฟ้าเมื่อมีการสั่งงาน
พอร์ตเชื่อมต่อสัญญาณภาพทางด้านหลังก็จะเป็นพอร์ต HDMI และพอร์ต D-Sub ครับ ส่วนพอร์ต Dual Link หรือ DVI จะโดนตัดออกไป ซึ่งถ้าหากท่านใดต้องการจะใช้สาย DVI มาเชื่อมต่อก็ต้องหาหัวแปลง DVI to D-Sub มาใช้แทนนะครับ แต่เดี๋ยวก่อน! สำหรับจอรุ่นนี้เขาก็แถมสาย DVI to D-Sub มาให้ด้วยเลย ไม่ต้องหาหัวแปลงมาใช้ให้วุ่นวายครับ ส่วนช่องถัดไปก็จะเป็นช่อง Speak-out ที่จะเอาไว้ใช้สำหรับส่งสัญญาณเสียงในกรณีที่มีการเชื่อมต่อด้วยพอร์ต HDMI ครับผม
ภาพขณะเสียบสาย HDMI และชุดอะแด็บเตอร์เพื่อใช้งานจริง
เท่าที่ได้ลองวัดหามุมก้มหน้าจอลง ก็พบว่า สามารถทำมุมได้เต็มที่ประมาณ 5 องศาครับ
ส่วนการเงยหน้าจอขึ้น สามารถทำได้ประมาณ 20 องศา
ทางด้านส่วนขาและฐานจอ จะถูกออกแบบมาให้ค่อนข้างล้ำสมัย และสามารถประกอบเข้ากันได้ไม่ยาก เพียงแค่ขั้นน็อตเท่านั้น
ภาพขณะประกอบขาและฐานเข้าด้วยกัน ซึ่งตรงนี้ เราสามารถนำเอาเฉพาะขาไปประกอบเข้ากับตัวจอก่อนก็ได้ แล้วค่อยยึดฐานเข้าอีกที สามารถเลือกประกอบได้ตามถนัดครับ
เมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ตามนี้
สำหรับท่านใดต้องการการใช้งานที่แหวกแนวไป จะถอดฐานจอออกไปเพื่อวางจอลงกับพื้นเพื่อใช้งานแบบนี้ก็สามารถทำได้
แล้วใช้แค่ขาค้ำเอาไว้ด้านหลังก็ได้นะครับ แต่ระวังอย่าให้จอล้มไปข้างหน้าก็แล้วกัน
สำหรับอุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องก็จะมีมาให้เยอะแยะเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ AC ที่สามารถเลือกใช้งานได้ตามประเภทของปลั๊กเสียบ, สายสัญญาณ D-Sub to DVI, HDMI to DVI, อะแด็บเตอร์แปลงไฟ และแผ่นคู่มือ Quickstart, Support CD
ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่มีมาให้กับจอ IPS Panel ก็คือ มุมมองของการรับชมภาพสามารถทำได้ถึง 178 องศาทั้งแนวตั้งและแนวนอนนั่นเอง
ASUS ML239H Menu Setup
ทางด้านการปรับแต่งเมนูต่างๆก็สามารถทำกันได้ง่ายครับ และมีการแยกหมวดหมู่แต่ละกลุ่มไว้ให้อยู่แล้ว ซึ่งจริงๆเราก็ไม่จำเป็นต้องไปกดปรับแต่งอะไรในเมนูกันมากครับ เพียงแค่แกะจอภาพออกจากกล่องแล้วต่อใช้งานตามปกติกันได้ทันทีเลย แต่สำหรับบางโหมดการใช้งาน ก็อาจจะต้องมีการปรับแต่งความสว่างของแสง, สีกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่านนั่นเอง
SPLENDID Video Preset Mode
ในส่วนของการปรับแต่งการแสดงสีด้วยปุ่ม Splendid Video Preset ก็สามารถปรับแต่งได้ 6 แบบครับ ได้แก่ Standard Mode, Theater Mode, Game Mode, Night View Mode, sRGB Mode และ Scenery Mode ก็สามารถเลือกได้ตามแต่ละการใช้งานอีกด้วย
Standard Mode
Theater Mode
Game Mode
Night View Mode
sRGB Mode
Scenery Mode
Conclusion
เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับการรีวิวที่ผ่านไปแล้วนั้น โดยส่วนตัวเท่าที่ได้ทำการทดสอบด้วยการใช้งานทั่วๆไป หรือการทดลองปรับแต่งเพื่อใช้ในการเปิดหนังดูอยู่พักใหญ่ก็สามารถตอบสนองการทำงานและการแสดงสีสันก็ทำได้ดีทีเดียว ยิ่งถ้าท่านใดจะนำไปใช้งานทางด้านกราฟิคหรืองานออกแบบต่างๆ ก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ หรือหากจะนำไปใช้ในการรับชมภาพยนตร์ก็สามารถดูได้แทบจะทุกมุมมองเลยทีเดียวครับ
อ้อ เกือบลืมครับ ในเรื่องของราคา เท่าที่ได้ลองค้นหาข้อมูลดูก็พบว่าจอมอนิเตอร์รุ่นนี้จะมีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 7,500 บาทเท่านั้นเอง
ขอขอบพระคุณ ASUS
ร่วมส่งข้อเสนอแนะ-ติชม ได้ที่นี่

