| Share | Tweet |
|
ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบสวัสดีเพื่อนๆวาไรตี้พีซีกันก่อนครับ วันนี้ทางเว็บของพวกเราก็จะมาทำการรีวิวจอแสดงผลอย่างจอ LCD ที่เป็นแบบ 3 มิติจากทางค่าย ASUS เป็นรุ่น VG236H กันครับ โดยจอรุ่นนี้จะมีขนาดหน้าจอ 23 นิ้ว แสดงผลได้แบบ Full HD (มีความละเอียดสูงสุดที่ 1,920 x 1080 pixel) ในเรื่องของจุดเด่นหลักๆก็จะเป็นจอแสดงผลที่รองรับเทคโนโลยี 3 มิติและได้ผนวกนำเอาเทคโนโลยี 3D Vision จากค่ายที่ผลิตกราฟิคการ์ดชื่อดังอย่าง NVIDIA มาไว้ได้อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย แถมด้วยชุด NVIDIA GeForce 3D Vision Kit ที่จะช่วยในเรื่องของการรับชมภาพแบบ 3 มิติ อย่างเช่น การใช้งานทางด้านเกมเมอร์หรือทำงานทางด้านมัลติมีเดีย โดยที่ไม่ต้องหาซื้ออุปกรณ์เสริมใดๆมาใช้เพิ่มเติม อีกทั้งยังมีอัตรา Refresh rate ที่จะช่วยให้การใช้งานในรูปแบบ 3 มิติได้สูงถึง 120Hz มีอัตราการตอบสนองของภาพหรือ Response Time ที่ 2ms และฟีเจอร์พิเศษอย่าง Trace Free ทำให้ช่วยในเรื่องของการแสดงผลภาพทำได้ค่อนข้างลื่นด้วยครับ
เรามาดูสเปคของจอแสดงผลรุ่นนี้กันครับว่าจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไรกันบ้าง

Product Gallery
เรามาดูหน้าตาของจอแสดงผลรุ่นนี้กันครับว่าจะมีรูปลักษณ์ที่สวยงามเพียงใด โดยเริ่มจากการออกแบบหน้าจอ จะเน้นที่การออกแบบตัวบอดี้ให้มีรูปทรงที่สวยงาม ดูดุดันดีทีเดียว ตรงขอบจอจะเน้นไปทางโทนสีดำมันวาว รวมทั้งตัวฐานด้วย
ตัวขาตั้งสามารถยืด-หด ขึ้น-ลงได้ เท่าที่ผมได้ลองวัดความสูงจากพื้นโต๊ะจนถึงขอบจอด้านล่าง ก็พบว่าสามารถยืดได้เต็มที่ถึง 17cm. เลยทีเดียว
มุมขวาบนของหน้าจอจะแสดงโลโก้ซึ่งเป็นฟีเจอร์พิเศษอย่าง Nvidia 3D Vision Ready ว่าจอแสดงผล VG236H รุ่นนี้สามารถรองรับการใช้งานมัลติมีเดียได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ที่ฐานจอจะออกแบบมาให้เป็นวงกลม มีสีดำมันวาว และที่สำคัญก็มีการสกรีนเป็นโลโก้ 3D ให้ดูสวยงามดีทีเดียวครับ
ทางด้านซ้ายล่างของจอก็จะเป็นตำแหน่งของปุ่มควบคุมสำหรับไว้ปรับแต่งค่าต่างๆ ซึ่งเขาออกแบบเอาไว้ได้ค่อนข้างชัดเจน แตกต่างไปจากจอบางยี่ห้อที่พอจะกดเลือกเมนูแต่ละทีต้องหากันบริเวณขอบจอด้านล่างเลยครับ รวมทั้งปุ่ม Splendid ที่สามารถปรับแต่งค่าความสว่างได้อย่างหลากหลายได้ตามแต่ละการใช้งาน
ขณะไม่ได้ใช้งาน ไฟแสดงสถานะที่อยู่ติดกับปุ่มเพาเวอร์ ก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นโหมด Stanby ซึ่งจะเปลี่ยนจากไฟสีฟ้าเป็นไฟสีส้ม
ด้านหลังของจอ จะถูกรวมเอาชุดจ่ายไฟเอาไว้ด้วยเลย ก็จะสังเกตเห็นได้ว่าจะมีความหนามากกว่าจอ LED ซึ่งเป็นแค่จอแสดงผลแบบทั่วๆไป พร้อมทั้งขาจอที่ค่อนข้างใหญ่และมีความแข็งแรงมาก สามารถรับน้ำหนักของตัวจอได้สบายๆ
ในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อ (เริ่มจากซ้าย) ก็จะเป็นพอร์ต HDMI, DVI และพอร์ตเชื่อมต่อสัญญาณภาพแบบ Component (YPbPr) การเชื่อมต่อตรงนี้ ถ้าหากต้องการเรียกการใช้งานด้วยฟีเจอร์ Nvidia 3D Vision จะต้องใช้สายแบบ Dual Link (DVI) เท่านั้นนะครับ เพราะถ้าหากเชื่อมต่อด้วยพอร์ตที่เหลือ จะไม่สามารถเลือกปรับแต่งให้ทำงานกับโหมด 3D ได้ ซึ่งในกล่องจอก็มีแถมมาให้ด้วยเช่นเดียวกัน
Nvidia 3D Vision Kit
ชุดคิตจาก Nvidia 3D Vision จะถูกออกแบบมาให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก
ซึ่งอุปกรณ์ภายในก็จะมีแว่นตา 3 มิติแบบไร้สาย, ชุด 3D IR Emitter, สาย USB ที่จะใช้ต่อกับชุด 3D IR Emitter และใช้เป็นตัวชาร์จไฟให้กับแว่นตา อีกทั้งซองใส่และผ้าเช็ดแว่นด้วยครับ

