<?xml version="1.0" encoding="tis-620"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>VarietyPC.Net</title>
<link>http://www.varietypc.net</link>
<description>VarietyPC.Net</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>ใช้ชิพกราฟิคแบบออนบอร์ด แล้วเนื้อที่แรมหายไปไหน?</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=176</link>
<description><p>โดยปกติการ์ดแสดงผลจะต้องมีหน่วยความจำเพื่อให้ชิพกราฟิคสามารถเก็บข้อมูลที่กำลังประมวลผลอยู่ ดังนั้น เมื่อผู้ใช้เลือกใช้เมนบอร์ดที่มีชิพกราฟิคแบบออนบอร์ด ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องเสียแรมของเครื่องส่วนหนึ่งเพื่อใช้เป็นแรมของชิพกราฟิค ส่วนขนาดของแรมที่จะแบ่งให้ชิพกราฟิคแบบออนบอร์ด ผู้ใช้สามารถกำหนดได้จากไบออสหรือไดร์เวอร์ของชิพกราฟิคด้วยตนเองได้ครับ</p>
<p>เมนบอร์ดแต่ละยี่ห้อจะเข้าไบออสผ่านคีย์ลัดบนคีย์บอร์ดได้ไม่เหมือนกัน ซึ่งเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาให้กดปุ่มต่อไปนี้ย้ำๆไว้ โดยเลือก</p>
<p>เมนบอร์ดยี่ห้อ Asus, ECS, Gigabyte กดปุ่ม Del, Delete ย้ำๆ</p>
<p>เมนบอร์ดยี่ห้อ Asrock กดปุ่ม F2 ย้ำๆ</p>
<p>แล้วเข้าไปกำหนดค่าในหัวข้อ <strong>UMA Frame Buffer Size </strong>ตามต้องการ</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/176_01.jpg" /></p>
<p>ผู้ใช้สามารถกำหนดขนาดของแรมได้ตั้งแต่ 8, 16, 32, 64, 128, 256MB ไปจนถึง 512MB สำหรับเมนบอร์ดบางรุ่น และบางรุ่นสามารถเลือกได้จนถึง 1GB ก็มี ซึ่งถ้าผู้ใช้กำหนดขนาดของแรมชิพกราฟิคแบบออนบอร์ดมากเท่าไร ขนาดของแรมที่จะใช้เป็นหน่วยความจำหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะลดลงไปด้วยเช่น ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตั้งแรมขนาด 1GB และกำหนดให้ขนาดของแรมของชิพกราฟิคแบบออนบอร์ดเป็น 256MB ดังนั้น แรมที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้จริงๆจะเหลือเพียง 768MB เท่านั้นครับ</p></description>
</item>

<item>
<title>HDMI กับการรับชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงที่สมบูรณ์แบบ</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=175</link>
<description><p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/175_01.jpg" /></p>
<p>HDMI ย่อมาจาก High-Definition Multimedia Interface เป็นอินเตอร์เฟซการเชื่อมต่อสำหรับการรับชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงแบบ ดิจิตอลบนหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ จำได้ว่าสมัยก่อนเราดูวีดีโอ ใช้สายทีวี ต่อมาใช้สาย Component กับ VCD CD ขยับมาที่ DVD กับสาย Composite จากนั้นเมื่อเราชมภาพยนตร์บนคอมพิวเตอร์ ก็ได้มีการพัฒนาจาก D-Sub (VGA) กับจอภาพแบบ CRT ต่อมาได้พัฒนาเป็นการเชื่อมต่อ DVI บนจอภาพแบบ LCD จนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาการเชื่อมต่อ HDMI เพื่อเป็นมาตรฐานกลางในการเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงแบบดิจิตอล</p>
<p><strong>คุณสมบัติ</strong></p>
<p>+ รองรับการถ่ายทอดสัญญาณเสียง LPCM, Dolby Digital, DTS, DVD-Audio, Super Audio CD, Dolby TrueHD, DTS-HD Master Audio, MPCM</p>
<p>+ รองรับการถ่ายทอดสัญญาณวีดีโอฃ 480i, 480p, 576i, 576p, 720p, 1080i, 1080p, 1440p, 1600p และความละเอียดที่รองรับบนจอแสดงผล</p>
<p>+ แบนด์วิธการรับส่งข้อมูล 10.2 Gbit/s (340 MHz)</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/175_02.jpg" /></p>
<p><strong>การใช้งานด้านมัลติมีเดีย</strong></p>
<p>สนับสนุนการเชื่อมต่อมัลติมีเดียความละเอียดสูงHigh-Definition Multimedia Interface (HDMI) เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อการ์ดแสดงผลหรืออุปกรณ์เข้ากับจอแสดงผล ซึ่งจอแสดงผลนั้นจะต้องรองรับ HDMI Port หรือใช้ DVI to HDMI Adaptor ก็ได้ หากจำได้สมัยแรกๆเราใช้การเชื่อมต่อแบบ D-Sub (VGA) ต่อมาเราก็ใช้ DVI ซึ่งนั่นคือเรื่องการแสดงผลภาพ แต่สำหรับการประมวลผลเสียง การขับเสียงนั้น อาจจะต้องใช้ซาวด์การ์ดช่วย แต่สำหรับ HDMI นั้นจะรวมเอาการประมวลผลทั้งภาพและเสียง โดยที่ไม่ถูกบีบอัดหรือลดทอนประสิทธิภาพในการเล่นไฟล์วีดีโอแบบดิจิตอล เมื่อเทียบกับการเชื่อมต่ออนาล็อกอย่างสมัยก่อนเช่น Radio Frequency (RF) สายสัญญาณ coaxial (สายอากาศทีวี วีดีโอ) สาย composite สาย S-Video และ SCART สาย component รวมไปถึง D-Terminal และ VGA ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นการเชื่อมต่อแบบอนาล็อก แต่กับ HDMI จะเป็นการเชื่อมต่อแบบดิจิตอล</p>
<p>การเชื่อมต่อ HDMI เราจะพบได้จาก set-top boxes เครื่องเล่น Blu-ray คอมพิวเตอร์พีซี เครื่องเล่นเกมคอนโซล (เช่น3 และ Xbox 360) และเครื่องรับสัญญาณ AV ที่สนับสนุนอุปกรณ์เสียงระบบดิจิตอล จอคอมพิวเตอร์ และเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิตอล PlayStation</p>
<p>HDMI สนับสนุนการแสดงผลบนเคเบิลทีวี ทีวี หรือคอมพิวเตอร์พีซี บนมาตรฐานการแสดงผลความละเอียดสูง ระบบเสียง 8 แชนแนล และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าไอที ข้อดีของการเล่นวีดีโอ MPEG ก็คือถอดรหัสโดยไม่สูญเสียรายละเอียดและลดทอนคุณภาพลง โดยสามารถแสดงผลวีดีโอที่ไม่ถูกบีบอัดผ่านการเชื่อมต่อ HDMI หากใครใช้ HDMI Adaptor แปลงจาก DVI เป็น HDMI ก็ใช้งานได้เหมือนกันโดยไม่ถูกลดทอนคุณภาพลง</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/175_03.jpg" /></p>
<p><strong>เราจะพบเห็นพอร์ต HDMI ได้จากอุปกรณ์ใดบ้าง</strong></p>
<p>+ เมนบอร์ดรุ่นที่รองรับ HDMI ล้วนแต่ชูจุดเด่นด้านเกมและมัลติมีเดีย</p>
<p>+ การ์ดแสดงผลที่รองรับ HDMI จะมี 2 แบบคือ HDMI Onboard เป็นแบบ Native HDMI กับ DVI จะใช้ตัวแปลง DVI to HDMI adaptor เพื่อต่อกับจอภาพ</p>
<p>+ จอ LCD ส่วนมากมาพร้อมพอร์ต DVI หากต้องการเชื่อมต่อ HDMI ให้ใช้งานผ่าน DVI to HDMI adaptor แทน</p>
<p>+ หากเป็นจอ LCD TV ขนาดใหญ่ที่รองรับ HDMI Port ก็สามารถเชื่อมต่อกับการ์ดแสดงผลหรือเมนบอร์ดได้ทันที โดยผ่าน DVI to HDMI adaptor หรือสาย HDMI โดยตรง</p>
<p>+ ใช้งานกับการ์ดแสดงผลทั่วๆไปที่มีพอร์ต DVI ทั้ง DVI-D และ DVI-I ด้วยตัวแปลง DVI to HDMI Adaptor</p>
<p><strong>แหล่งที่มา</strong> <a target="_blank" href="http://www.comseven.com/commu/?name=knowledge&amp;file=readknowledge&amp;id=111">http://www.comseven.com</a></p></description>
</item>

<item>
<title>Graphic Card ของ nVidia ก็สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=174</link>
<description><p>จากสภาวะปัจจุบันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าโลกของเรานับวันจะร้อนขึ้นทุกวันจากการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ฟุ่มเฟือยทำให้ต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ด้วยสาเหตุนี้ทางผู้ผลิต อุปกรณ์ COMPUTER ชั้นนำก็ต่างหากลยุทธ์ในการที่จะช่วยลดสภาวะโลกร้อนให้ลดลง โดยทาง InnoVISION และ LEADTEK ผู้ผลิด INNO3D และ WINFAST ได้ออกแบบผลิตภัณท์ใหม่ที่จะช่วยให้ Graphic Card บริโภคพลังงานไฟฟ้าลดลง</p>
<p>INNO3D ได้ใช้ชื่อรุ่นว่า <strong><font color="#99cc00">E-SAVE</font></strong> ซึ้งจะเป็นสินค้าใน GeForce series 9000 ทั้งหมดด้วยกัน 2 รุ่น คือ 9800GT E-SAVE และ 9600GT E-SAVE โดยทาง InnoVISION ได้แจ้งถึงความประหยัดว่า ตัวสินค้าสามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้ 40% ในหมวดการทำงาน 3D และ 60% ในหมวดการทำงานปกติ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า VGA ทั้ง 3 รุ่น นี้ จะไม่มีช่องเพิ่มไฟเลี้ยงกับตัว VGA เลย</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_01.jpg" /></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_02.gif" /></p>
<p><strong>โหมดการประหยัดพลังงาน</strong></p>
<p>สามารถประหยัดพลังงานถึง 40 เปอร์เซ็น</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_03.gif" /></p>
<p><strong>จุดเด่นของตัว Graphic Card</strong></p>
<p>- ช่วยลดการใช้พลังงานถึง 40% จึงช่วยลดสภาวะโลกร้อน</p>
<p>- ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องซื้อ POWER SUPPLY เพิ่ม เพราะ Graphic Card รุ่นนี้ไม่ต้องใช้ไฟเลี้ยงเพิ่มเติม ซึ่งช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ ในการจ่ายค่าไฟ</p>
<p><strong>Inno3D GF 9 series และ Inno3D GF 9 series E-Save</strong></p>
<p>- Uses G94-350/359 55nm GPU</p>
<p>- Enables idle mode</p>
<p>- Enable Phase switching with new PCB design</p>
<p>- Runs at 1.0V core at Ultra Low Voltage</p>
<p>- Removes the 6-pin power connector</p>
<p><strong>ชุดคำสั่งเพิ่มประสิทธิภาพครบครัน</strong></p>
<p><strong>Excellent features for Inno3D? GeForce? 9 series E-Save include:</strong></p>
<p><strong>NVIDIA PhysX? Ready:</strong> Inno3D GeForce GPU support for NVIDIA PhysX technology &ndash; enabling a totally new class of physical gaming interaction for a more dynamic and realistic experience.</p>
<p><strong>NVIDIA CUDA Technology:</strong> CUDA technology unlocks the power of the GPU&rsquo;s processor cores to accelerate the most demanding system tasks &ndash; such as video transcoding - delivering incredible performance improvements over traditional CPU&rsquo;s.</p>
<p><strong>NVIDIA? SLI? Technology:</strong> Delivers up to 2x the performance of a single GPU configuration for unequaled gaming experience by allowing two graphics cards to run in parallel. The must-have feature for performance PCI Express? graphics, SLI dramatically scales performance on today&rsquo;s hottest games.</p>
<p><strong>NVIDIA PureVideo? HD Technology:</strong> Delivers unprecedented picture clarity, accurate colour, smooth video, and precise image scaling for movies and videos with the high-definition video decode acceleration and post-processing working together.</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_04.jpg" /></p>
<p>WINFAST ได้ใช้ชื่อรุ่นว่า Power Efficient ซึ่งจะเป็นสินค้าใน GeForce series 9000 เช่นเดียวกันกับ ทาง INNO แต่ในขณะนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น คือ PX9600 GT (Power Efficient) และ PX9800 GT(Power Efficient) ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลังงานถึง 40% ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้บนตัว VGA CARD ก็จะไม่มีช่องเพิ่มไฟเลี้ยงเหมือนกับ INNO เช่นกัน </p>
<p>ทั้งนี้ Graphic Card ทั้ง 2 ค่ายก็ยังสามารถทำงานร่วมกับคุณสมบัติอื่นๆได้เหมือนรุ่นปกติรวมถึง คุณสมบัติ nVIDIA CUDA และ nVIDIA PhysX ได้โดยไม่มีปัญหา</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_05.jpg" /></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_06.jpg" /></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_07.jpg" /></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_08.jpg" /></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_09.jpg" /></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_10.jpg" /></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>ความแตกต่างของภาพที่ใช้เทคโนโลยี PureVideo HD และไม่ใช้ PureVideo HD</strong></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_11.jpg" /></p>
<p><strong>เพลิดเพลินของฟังก์ชั่นสนับสนุนเกมส์ PhysX</strong></p>
<p><strong>ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการประมวลผลบน Gracphic Card ที่สนับสนุน PhysX</strong><br />&nbsp; <br />หากคุณเป็นคนที่ชอบเล่นเกม การประมวลผลจาก GPU ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะการแสดงผลภาพที่สมจริง จะเพิ่มอรรครสในการเล่นเกมให้เร้าใจยิ่งขึ้น โดยสามารถถ่ายทอดการประมวลผลแบบฟิสิกส์ผ่านอัลกอรึทึ่มที่ประมวลผลได้อย่างสมบูรณ์แบบ </p>
<p>หากคุณได้สัมผัสกับ NVIDIA? PhysX? Technology และโปรเซสเซอร์จาก GeForce? คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับ NVIDIA PhysX ที่อวดพลังในการประมวลผลด้านฟิสิกส์แบบเรียลไทม์บนเกมพีซีและในเกมคอนโซล ซอฟต์แวร์ PhysX ได้รับการพัฒนาบนเกมกว่า 150 เกม ซึ่งมีผู้เล่นมากกว่า 10,000 คน รวมไปถึงสนับสนุนการทำงานบนเกมคอนโซล ทั้ง Sony Playstation 3, Microsoft Xbox 360, Nintendo Wii และ PC<br />&nbsp; <br />นอกจากนี้ PhysX ยังได้รับการออกแบบเฉพาะสำหรับการประมวลผลจากฮาร์ดแวร์บนพลังจากแกนนับร้อยบนโปรเซสเซอร์ ผสานความสามารถของการประมวลผลแบบ Parallel บน GPU ดังนั้นจะเห็นได้ว่า PhysX ถือเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกของการแสดงผลด้านฟิสิกส์ที่ดึงเอาพลังในการแสดงผลที่สมจริงจากโปรเซสเซอร์ให้ประสบการณ์ที่เหนือกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งบนการแสดงผลเกมที่รองรับเทคโนโลยีนี้<br />&nbsp; <br />- การเคลื่อนไหว การระเบิดที่สมจริง มีการแตกกระเด็นของชิ้นส่วนต่างๆ อย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p>- คาแร็คเตอร์ที่ซับซ้อน เคลื่อนไหวได้สมจริง มีมิติ มีชีวิตชีวา ตอบสนองได้เหมือนมนุษย์จริง</p>
<p>- เอ็ฟเฟ็กต์ในการใช้อาวุธมีความสมจริง เร้าใจกว่าที่เคย</p>
<p>- เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายดูมีความเป็นธรรมชาติ มีการพลิ้วไหวของผ้าตามแรงลมและการเคลื่อนไหว น้ำตาเป็นหยดน้ำสมจริง</p>
<p>- ควันและหมอกรอบวัตถุเหมือนจริง มีการจางและไหวตามแรงลม<br />&nbsp; <br />มองหาการแสดงผลที่เต็มเติมชีวิตคุณด้วยโปรเซสเซอร์ที่ประมวลผลด้วยคุณสมบัติ NVIDIA PhysX-ready บนแกนประมวลผล GeForce</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_12.jpg" /></p>
<p><strong>NVIDIA? CUDA?</strong> is a general purpose parallel computing architecture that leverages the parallel compute engine in NVIDIA graphics processing units (GPUs) to solve many complex computational problems in a fraction of the time required on a CPU. It includes the CUDA Instruction Set Architecture (ISA) and the parallel compute engine in the GPU. To program to the CUDATM architecture, developers can, today, use C, one of the most widely used high-level programming languages, which can then be run at great performance on a CUDATM enabled processor. Other languages will be supported in the future, including FORTRAN and C++</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_13.jpg" /></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/174_14.jpg" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอดีตลอดทั้งวันนี้ ผมได้มีโอกาสเข้าอบรมเกี่ยวกับตัวสินค้ากับทางบริษัทต้นสังกัด Com7 น่ะครับ และได้รับรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าเพิ่มมากขึ้นในหลายๆเรื่อง และคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากพอสมควรก็เลยจับมาทำเป็นบทความรีวิวเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานช่วยลดภาวะโลกร้อนไว้ในเว็บด้วยซะเลย</p>
<p>ท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ <strong>Com7 International Co., LTD.</strong> ได้ที่ <a target="_blank" href="http://www.comseven.com"><strong>http://www.ComSeven.Com</strong></a></p></description>
</item>

<item>
<title>จับไดร์เวอร์ที่แบ็คอัพไว้กลับมาใช้งานอีกครั้งหลังลง Windows ใหม่</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=173</link>
<description><p>ท่านที่เป็นผู้ใช้งานมือใหม่และเพิ่งมีคอมพิวเตอร์ใช้งานหรือซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เป็นเครื่องแรก แล้วให้ทางร้านลง Windows พร้อมโปรแกรมต่างๆและแผ่นไดร์เวอร์มาให้ บางครั้งทางร้านจะแบ็คอัพไดร์เวอร์ต่างๆมาให้ด้วย แต่ถ้าวันดีคืนดีเราทำแผ่นไดร์เวอร์ที่ได้มาหาย หรือทางร้านไม่ได้ให้แผ่นมาด้วย และต้องการลง Windows ใหม่ด้วยตนเอง โดยที่มีไดร์เวอร์ที่ได้ทำการแบ็คอัพเอาไว้อีกไดรว์อยู่ก่อนแล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าโฟลเดอร์ไหนเป็นไดร์เวอร์ของอะไรบ้าง และจะเอากลับมาใช้งานได้อย่างไร เรามาดูกันครับ</p>
<p>สำหรับขั้นตอนของการแบ็คอัพไดร์เวอร์เดิมเก็บไว้ก่อนลง Windows ใหม่ ท่านสามารถศึกษาได้จากลิงค์นี้ -&gt; <a target="_blank" href="http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=28"><strong>คลิก</strong></a></p>
<p><strong>Note.</strong> สำหรับบทความนี้จะอ้างอิงการแบ็คอัพไดร์เวอร์จากโปรแกรม Driver Genius Professional นะครับ ถ้าทางร้านที่ท่านซื้อคอมพิวเตอร์มา เขาได้แบ็คอัพไดร์เวอร์ไว้ในรูปแบบ Auto Installer Archive ไว้ ก็คงจะสะดวกอย่างมาก โดยในขั้นตอนของการเรียกใช้งาน Restore Driver ก็เพียงแค่ดับเบิลคลิกแล้ว Next -&gt; Next จนจบก็เป็นอันเรียบร้อย แต่ถ้าทางร้านแบ็คอัพไว้ในรูปแบบ Default ล่ะ???</p>
<p><strong>Note2.</strong> สำหรับท่านที่ใช้ Notebook จะมีไดร์เวอร์อื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ในการอัพเดตแตกต่างกันออกไปอีกนะครับเช่น Wireless, Webcam, ฯลฯ แต่ก็ศึกษาขั้นตอนอัพเดตไดร์เวอร์เบื้องต้นนี้ได้ด้วย</p>
<p><strong>เรามาดูโฟลเดอร์ของไดร์เวอร์หลักๆที่ต้องใช้ในการเรียกใช้งาน Update Driver กัน</strong></p>
<p>ไดร์เวอร์บางตัวอาจจะไม่เหมือนกันกับที่ท่านใช้งานอยู่เช่น VGA Card, Chipset, Sound, Lan แต่ก็สามารถศึกษาไว้เพื่อเป็นแนวทางในการอัพเดตไดร์เวอร์ได้เช่นเดียวกัน</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_10.gif" /></p>
<p><strong>ขั้นตอนของการอัพเดตไดร์เวอร์ให้กับอุปกรณ์ต่างๆแบบ Manual</strong></p>
<p>1. เมื่อติดตั้ง Windows จนเสร็จทุกขั้นตอนแล้ว ลองสำรวจดูในเครื่องของเราว่ายังมีไดร์เวอร์ตัวใดบ้างที่ยังไม่ได้อัพเดตไดร์เวอร์ โดยคลิกขวาที่ My Computer -&gt; เลือก Manage -&gt; ที่พาเนลด้านซ้ายเลือก Device Manager</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_01.gif" /></p>
<p>2. ให้คลิกขวาที่ตัวอุปกรณ์แล้วเลือก Update Driver... (โดยในรูปตัวอย่างจะเป็นการอัพเดตไดร์เวอร์ให้กับแลนออนบอร์ดให้สามารถใช้งานเน็ตเวิร์คหรืออินเตอร์เน็ตได้ ส่วนไดร์เวอร์ตัวอื่นๆก็ใช้วิธีทำแบบเดียวกันครับ)</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_02.gif" /></p>
<p>3. จะพบกับหน้าต่าง Hardware Update Wizard ให้เลือกการอัพเดตไดร์เวอร์เป็นแบบ Advanced ดังรูป</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_03.gif" /></p>
<p>4. ใส่เครื่องหมายถูกหน้าหัวข้อ Include this location in the search: เพียงตัวเดียว เพราะไดร์เวอร์ที่ได้แบ็คอัพไว้นั้น ถูกเก็บเอาไว้อยู่ในอีกไดรว์ของฮาร์ดดิสต์นั่นเองครับ แล้วคลิก Browse -&gt; Next</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_04.gif" /></p>
<p>5. เลือกไปยังตำแหน่งโฟลเดอร์ปลายทาง ที่มีโฟลเดอร์ไดร์เวอร์ถูกเก็บไว้ แล้วคลิก OK</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_05.gif" /></p>
<p>6. คลิก Next เพื่อไปขั้นตอนต่อไป</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_06.gif" /></p>
<p>7. ถึงตรงนี้โปรแกรมกำลังทำการติดตั้งไดร์เวอร์ ให้รอสักครู่ครับ</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_07.gif" /></p>
<p>8. เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนของการอัพเดตไดร์เวอร์แบบ Manual แล้วครับ</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_08.gif" /></p>
<p>9. เมื่อกลับมาดูในส่วนของ Device Manager จะพบว่าไดร์เวอร์แลนออนบอร์ดได้ติดตั้งไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/173_09.gif" /></p>
<p>และทำการอัพเดตไดร์เวอร์ตัวอื่นๆต่อไปจนกว่าจะครบ แล้วรีสตาร์ทเครื่อง เมื่อเข้าวินโดวส์ใหม่ระบบก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแล้วครับ</p></description>
</item>

<item>
<title>อาการผิดปกติ เมื่อไวรัสหรือสปายแวร์มาเยี่ยมเยือน</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=172</link>
<description><p>สวัสดีคร้าบ พี่ๆน้องๆเพื่อนๆแห่ง VarietyPC.Net เว็บเล็กๆของคนไทย อิอิ ทั้งที่เป็น Member และ Non-Member ห่างหายกันไปนานพอสมควรกับการอัพเดตเว็บในโซนนี้ เนื่องจากติดปัญหาบางประการทำให้ไม่ค่อยมีสมาธิกับการอัพเดตเนื้อหาต่างๆเลย แต่ต่อไปนี้ผมจะพยายามอัพเดตเนื้อหาภายในเว็บให้สม่ำเสมอเท่าที่จะเป็นไปได้ บางเรื่องอาจจะไม่ค่อยน่าสนใจเท่าที่ควร แต่ก็จะเอามาลงไว้เพื่อประโยชน์สำหรับความรู้กับบางท่านหรือหลายๆท่านนะครับ เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องกันดีกว่าว่า ไวรัสคอมพิวเตอร์ และ สปายแวร์ คืออะไรกัน??</p>
<p><strong>ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus)</strong> หรือที่เรียกสั้นๆว่า ไวรัส ซึ่งตามความหมายของวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี จะหมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่ง ซึ่งบุกรุกเข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเครื่อง โดยมีจุดประสงค์ร้าย เพื่อทำลายหรือสร้างความเสียหายให้กับระบบและข้อมูลต่างๆในเครื่องของเรา</p>
<p>ส่วน <strong>สปายแวร์ (Spyware)</strong> ก็คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์อีกประเภทหนึ่งที่เข้ามาในเครื่องของผู้ใช้ เพื่อสอดแนม ดักจับข้อมูล รวมถึงสังเกตพฤติกรรมการใช้งานเครื่อง โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวเพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่ปล่อยสปายแวร์เข้ามา อย่างเช่น สปายแวร์ที่ส่งมาพร้อมกับไฟล์ขยะทางอินเตอร์เน็ต เพื่อเฝ้าสังเกตว่าผู้ใช้เครื่องพิมพ์ข้อมูลหรือใช้งานอะไรบ้าง หรือสปายแวร์บางชนิดอาจอันตรายถึงขั้นค้นหารหัสผ่าน (Password) หรือหมายเลขบัตรเครดิตของผู้ใช้งานเพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังผู้เขียนสปายแวร์ด้วยก็มี</p>
<p><strong>อาการของเครื่องคอมพิวเตอร์ PC และ Notebook ที่โดนไวรัสหรือสปายแวร์เล่นงานจะมีรูปแบบแตกต่างกันออกไป แต่อาการที่มั่นใจได้ว่า เครื่องเหล่านั้นติดไวรัสหรือสปายแวร์แน่ๆ จะสรุปเป็นพื้นฐานต่อไปนี้</strong></p>
<p>1. <strong>เครื่องทำงานช้าผิดปกติ</strong> โดยเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ เครื่องจะทำงานช้าลง แม้ว่าจะลองลบโปรแกรมที่ไม่ค่อยใช้งานออกไปแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น รวมถึงการเปิดการทำงานของ Windows นานกว่าปกติ หรือลองลบไฟล์ขยะ Temp Files, จัดเรียงข้อมูล (Defragment) ต่างๆก็ทำแล้ว</p>
<p>2. <strong>เครื่องแฮงค์บ่อย</strong> รวมถึงรีสตาร์ทตัวเองโดยที่เราไม่ได้สั่ง</p>
<p>3. <strong>ฟังก์ชันการทำงานหรือคำสั่งบางอย่างที่เคยมีหายไปจากระบบ</strong> เช่น ฟังก์ชัน Folder Options, Regedit, Run, MSConfig, Task Manager, รวมถึงช่อง Search ข้อมูล หายไปโดยที่เรายังไม่ได้ไปแตะต้องอะไรเลย</p>
<p>4. <strong>มีโฟลเดอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเอง</strong> เมื่อใช้งานไปสักระยะ จะพบว่ามีโฟลเดอร์แปลกปลอมเพิ่มขึ้นมาในระบบโดยที่เรายังไม่ได้สร้างขึ้น</p>
<p>5. <strong>พบไฟล์ประเภท Autorun ปรากฏขึ้นมา</strong> ซึ่งถ้าพบไฟล์ประเภทนี้ในโฟลเดอร์หรือไดรว์ใดๆก็ตาม จากที่ไม่เคยมี ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าเครื่องของท่านโดนไวรัสมาเยือนแล้ว ให้ลองลบไฟล์นั้นทิ้งไป ระวังอย่าดับเบิลคลิกที่ไฟล์นั้นๆเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้ไวรัสเริ่มการแพร่กระจายหนักกว่าเดิม</p>
<p>6. <strong>ระบบ Windows มีการแสดงหน้าต่างข้อความแปลกๆ</strong> เมื่อใช้งานอยู่ดีๆจะมีหน้าต่างแปลกๆเด้งขึ้นมา ซึ่งก่อนหน้าไม่เคยมีปัญหาดังกล่าวมาก่อน เป็นต้น</p></description>
</item>

<item>
<title>ล็อกออน MSN ไม่ได้ โปรแกรมฟ้อง Error Code: 80048821</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=171</link>
<description><p>ปัญหานี้ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เราใส่ชื่อ Username หรือ Password ไม่ถูกต้อง แต่บางครั้งตัวโปรแกรมกลับ Error จนต้องหลุดออกมาที่หน้าล็อกอินเหมือนเดิม และเมื่อคลิกล็อกอินโปรแกรมเข้าสู่ระบบ จะไม่สามารถเข้าได้และไม่ว่าจะคลิกเพื่อล็อกอินสักกี่ครั้งก็จะฟ้องขึ้นมาดังรูปเหมือนเดิม</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/171_01.gif" /></p>
<p><strong>ทางแก้ง่ายๆสำหรับปัญหานี้</strong></p>
<p>-&gt; คลิก <strong>ลบข้อมูลของฉัน</strong> แล้วจะมีหน้าต่างยืนยันการลบ -&gt; เลือกเป็น <strong>Yes</strong> แล้วใส่ Username/Password เพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบใหม่อีกครั้งครับ</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/171_02.gif" /></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/171_03.gif" /></p>
<p>&nbsp;</p></description>
</item>

<item>
<title>OpenDNS กับความเสถียรภาพในการท่องเว็บ</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=170</link>
<description><p>OpenDNS หรือ DNS Server มีความสำคัญอย่างมากในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพราะมันเป็นกลไลสำคัญในการแปลง URL กลับไปกลับมากับ IP Address หากท่านพบว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของท่าน มีปัญหาในเรื่องของ DNS Server ที่ไม่ค่อยเสถียรหรือไม่ค่อยอัพเดต ท่านสามารถสมัครขอใช้บริการจากเว็บ <a target="_blank" href="https://www.opendns.com/start"><strong>OpenDNS</strong></a> ที่มีความน่าเชื่อถือในเรื่องของความเสถียร และข้อมูลที่อัพเดตกว่าได้</p>
<p><strong>วิธีการปรับแต่ง</strong></p>
<p>1. คลิก Start -&gt; Control Panel -&gt; Network and Sharing Center -&gt; Manage Network Connections</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/170_01.jpg" /></p>
<p>2. หน้าต่าง Network Connections จะถูกเปิดขึ้นแล้วจะพบกับไอคอนของ Lan Card หรือ Lan on Board ที่ท่านใช้อยู่ แล้วคลิกขวาเลือก Properties</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/170_02.jpg" /></p>
<p>3. และคลิกหัวข้อ Internet Protocol Version 4 (TCP/IPv4) และคลิก Properties</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/170_03.jpg" /></p>
<p>4. คลิกแท็บ General -&gt; Use the following DNS server addresses: แล้วใส่ค่า DNS server ที่ได้จาก OpenDNS ลงไปดังรูป</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/170_04.jpg" /></p>
<p>หลังจากนี้ก็ทดลองเข้าหน้าเว็บต่างๆดูนะครับ</p></description>
</item>

<item>
<title>10 ข้อแนะนำในการดูแลและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=169</link>
<description><p>อุปกรณ์คอมพิวเตอร์นั้นประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมากมาย ซึ่งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แต่ละชิ้นนั้น ล้วนแต่บอบบางและต้องการการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุการทำงานของเครื่องให้ได้ยาวนานที่สุด</p>
<p><strong>ข้อควรปฏิบัติสำหรับการดูแลและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์</strong> มีดังนี้ครับ</p>
<p>1. ไม่ควรตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใกล้กับหน้าต่างที่มีแสงแดดและฝนสามารถเข้าถึงได้ </p>
<p>2. ไม่ควรตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิร้อนจัด </p>
<p>3. ไม่ควรเปิดฝาเคสทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น </p>
<p>4.ไม่ควรวางจอมอนิเตอร์ไว้ใกล้กับแหล่งที่มีสนามแม่เหล็ก หรือห้ามนำเอาแม่เหล็กมาไว้ใกล้ๆกับหน้าจอมอนิเตอร์ </p>
<p>5. ไม่ควรใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่สภาพอากาศมีฝนตกฟ้าร้อง ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรต่อไว้กับเครื่องสำรองไฟ (UPS) </p>
<p>6. ไม่ควรเปิดเครื่องทิ้งไว้เป็นเวลานานๆขณะที่เราไม่ได้ใช้งาน </p>
<p>7. ควรเปิดใช้โหมดประหยัดพลังงาน เพื่อกำหนดสถานะการใช้งานต่างๆเช่น กำหนดว่าถ้าไม่มีการตอบสนองใดๆกับคีย์บอร์ดหรือเมาส์เป็นระยะเวลาหนึ่ง ให้ปิดหน้าจอ หรือเข้าโหมด Standby เพื่อถนอมอายุการใช้งานของเครื่อง </p>
<p>8. ไม่ควรวางแก้วน้ำไว้ใกล้กับบริเวณที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ </p>
<p>9. ไม่ควรปิดเครื่องโดยกดที่ปุ่มเพาเวอร์ แต่ควรใช้คำสั่งปิด (Shutdown/Turn Off) ผ่านระบบ Windows แทน </p>
<p>10. ควรใช้อุปกรณ์ที่ช่วยในการสำรองกระแสไฟฟ้าและรักษาระดับของแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ เช่น UPS เป็นต้น (ข้อนี้ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากๆครับ)</p></description>
</item>

<item>
<title>แต่ง Vista ให้เร็ว แรง โดนใจด้วย Ultimate Windows Tweaker</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=168</link>
<description><p>เหตุผลส่วนใหญ่ของการปรับแต่งแก้ไขการทำงานของ Windows Vista คงหนีไม่พ้น 5 เรื่องหลักๆ คือ ต้องการความรวดเร็ว, ความคล่องตัว, ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น, ความปลอดภัยที่ดีขึ้น และลดความน่ารำคาญของฟีเจอร์บางอย่าง วิธีการปรับแต่งแก้ไขอย่างหนึ่งก็คือ การใช้คำสั่งลับๆที่ไม่ค่อยเปิดเผยกันแบบตรงๆกับอีกวิธีคือ การแก้ไขค่าโดยการเรียกใช้งานโปรแกรม Registry Editor ที่กว่าจะเข้าถึงคีย์แต่ละตัวได้ แสนจะยุ่งยาก แถมยังต้องกรอกค่าต่างๆให้วุ่นวายอีก</p>
<p>เอาเป็นว่าปัญหาแบบนี้จะหายไปเยอะพอสมควรครับ ด้วยโปรแกรม Ultimate Windows Tweaker ที่มีการรวบรวมเอาส่วนต่างๆที่มักจะถูกยกเป็นประเด็นในการปรับแต่งแก้ไข Vista ให้ท่านได้เลือกใช้กันอย่างง่ายๆ ซึ่งด้วยโปรแกรมขนาดเล็กๆสามารถเรียกใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้ง</p>
<p>ตัวโปรแกรม Ultimate Windows Tweaker ท่านสามารถดาวน์โหลดได้จาก <a target="_blank" href="http://www.varietypc.net/modules.php?name=Forums&amp;file=viewtopic&amp;t=808"><strong>ที่นี่</strong></a></p>
<p>เรามาดูหมวดสำหรับการปรับแต่งของแต่ละหัวข้อกันครับ</p>
<p><strong><u>Personalization</u></strong></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/168_01.gif" /></p>
<p>เป็นหมวดสำหรับปรับแต่งเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการใช้งานทั่วๆไป โดยแต่ละหัวข้อจะมีความหมายดังนี้</p>
<p><strong><font color="#ff0000">+ Windows Explorer</font></strong></p>
<p>เป็นการปรับแต่งค่าการทำงานต่างๆของ Windows Explorer</p>
<p>1. <strong>Disable full row select in Vista Explorer</strong> สั่งให้เวลาแดร็กเมาส์เลือกไฟล์ทีละหลายๆไฟล์ ที่เราเรียกว่าเป็บแบบ row select จะมีแถบแสดงให้เห็นเฉพาะชื่อไฟล์ โดยไม่มีแถบตรงคอลัมน์ Data Modified, Type, Size</p>
<p>2. <strong>Change window border padding size</strong> เป็นการกำหนดขอบของวินโดวส์ให้หนาบางแค่ไหน</p>
<p>3. <strong>Hide Detail pane in Vista Explorer</strong> ซ่อนตัวเลือก Layout แบบ Detail Pane ไม่ให้ปรากฏออกมา</p>
<p>4. <strong>Show menu bar in Vista Explorer</strong> สั่งให้แสดงเมนูบาร์ทุกครั้ง เมื่อเปิดใช้งาน Windows Explorer ซึ่งโดยปกติไม่ปรากฏ</p>
<p>5. <strong>Use check boxes to select items</strong> เปิดการเลือกไฟล์แบบเช็คบ็อกส์ คือมีช่องให้ติ๊กเลือกไฟล์</p>
<p>6. <strong>Show Windows Version on desktop</strong> สั่งให้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเวอร์ชันวิสต้าปรากฏบนเดสต์ทอป</p>
<p>7. <strong>Restore folder Windows at startup</strong> สั่งให้จำค่าโฟลเดอร์ที่เปิดล่าสุด เมื่อเปิดอีกครั้งจะปรากฏออกมาให้เห็นทันที</p>
<p>8. <strong>Launch folder Windows in a separate process</strong> เป็นรายการที่น่าสนใจมากๆ เพราะโดยปกติ ปัญหา Windows Explorer แฮงค์จะทำให้ค้าง เราจะต้องไปสั่งปิดโปรเซสที่ค้างเสียก่อน แล้วจึงค่อยสั่งรัน Windows Explorer กันใหม่ แต่ด้วยการเปิดใช้งานแบบ separate process จะช่วยลดปัญหาการแฮงค์ที่อาจเกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะได้แยกกระบวนการโปรเซสออกจากกัน</p>
<p>9. <strong>Always show icons, never thumbnails</strong> สั่งให้ปิดการแสดงแบบภาพคร่าวๆ (thumbnail) สำหรับไฟล์ภาพ, ไฟล์วิดีโอ และไฟล์เอกสารต่างๆ</p>
<p>10. <strong>Show Drive Letter</strong> สั่งให้แสดงชื่อไดรว์เช่น C:, D: ตรง My Computer หรือไม่</p>
<p><strong><font color="#ff0000">+ Start Menu</font></strong></p>
<p>ใช้สำหรับเพิ่มหรือลดการแสดงรายการอะไรใน Start Menu บ้าง รวมถึงการปรับความเร็วในการเรียกเมนูด้วย</p>
<p>1. <strong>Add or Remove items from Start Menu</strong> เป็นการสั่งให้แสดงอะไรเพิ่มเติมเข้าไปใน Start Menu เช่น เพิ่มรายการ Documents, Pictures, Music, Games, Favorites, Recent Items, Computer, Network, Connect To, Control Panel, Default Programs, Admin Tools, Printers, Help &amp; Support, Run เป็นต้น</p>
<p>2. <strong>Menu show Speed</strong> เลื่อนเพื่อปรับความเร็วหรือช้าให้กับการแสดงเมนู</p>
<p>3. <strong>Disable context menu and dragging and dropping on the Start Menu</strong> ปิดไม่ให้แสดง Context Menu (เมนูคลิกขวา) และไม่ให้มีการลากหรือวางไอคอนหรือไอเท็มต่างๆเข้ามาได้</p>
<p>4. <strong>Disable highlighting recently installed programs</strong> ปิดไม่ให้มีการทำไฮไลท์แถบเน้นรายชื่อโปรแกรมที่เพิ่งติดตั้งลงไปใหม่หมาดๆ</p>
<p>5. <strong>Don't open submenu when mouse hovers</strong> ปิดไม่ให้มีการแสดงเมนูย่อยๆ (เช่น สังเกตตรง Document จะมีลูกศรชี้กำกับอยู่ เมื่อเลื่อนเมาส์จะมีการคลี่แสดงรายการไฟล์ต่างๆออกมาให้ทันที)</p>
<p><strong><font color="#ff0000">+ Taskbar Settings</font></strong></p>
<p>ใช้สำหรับจัดการกับทาสก์บาร์ มีรายละเอียดดังนี้</p>
<p>1. <strong>Lock The Taskbar</strong> สั่งล็อคไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายทาสก์บาร์</p>
<p>2. <strong>Restrict Locking of Taskbar</strong> ยับยั้งไม่ให้มีการสั่งล็อคทาสก์บาร์</p>
<p>3. <strong>Group similar Taskbar buttons</strong> สั่งให้มีการจัดกลุ่มปุ่มบนทาสก์บาร์</p>
<p>4. <strong>Disable balloon tips</strong> ปิดไม่ให้แสดงลูกโป่งแสดงทิปต่างๆ</p>
<p>5. <strong>Disable window preview (thumbnails)</strong> ปิดไม่ให้มีการแสดงภาพคร่าวๆ ของโปรแกรมที่เปิดใช้งานอยู่ เมื่อเลื่อนเมาส์ไปใกล้ๆวินโดวส์ของโปรแกรมนั้นบนทาสก์บาร์</p>
<p>6. <strong>Restrict to addition or removal of default notification icons</strong> เป็นการสั่งลบไอคอนตรงส่วนของ notification เช่น Network, Volume Control, Battery และ ลบ Tray Icons ออกจากทาสก์บาร์ทั้งหมด</p>
<p align="center">+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +</p>
<p><strong><u>User Accounts and UAC</u></strong></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/168_02.gif" /></p>
<p>จัดการเกี่ยวกับหน้าตาของ Welcome Screen และ UAC (User Account Control) ฟีเจอร์ที่หลายๆท่านรำคาญหรือเบื่อที่ต้องคอยตอบให้วิสต้ามั่นใจ</p>
<p>1. <strong>Disable to show last logged-in User Name</strong> ไม่ต้องชื่อผู้ใช้งานล่าสุดให้เห็น</p>
<p>2. <strong>Require user to press Control+Alt+Delete</strong> บังคับให้ผู้ใช้กดปุ่ม Ctrl+Alt+Del ตรงหน้า Welcome Screen ถึงจะปรากฏช่องให้กรอก Username/Password ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันการถูกแฮคได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>3. <strong>Enable shutdown tasks on welcome screen</strong> ต้องการให้มีปุ่ม Shutdown ปรากฏอยู่บนหน้า Welcome Screen หรือเปล่า</p>
<p>4. <strong>Enable or disable built-in Administrator account</strong> ต้องการเปิดใช้งานแอ็กเคานต์ Administrator หรือไม่</p>
<p>5. <strong>Enable or disable Guest Account</strong> ต้องการเปิดใช้งานแอ็กเคานต์ Guest หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องเปิดครับ</p>
<p>6. <strong>Enable User Account Control</strong> ต้องการเปิดใช้ UAC หรือไม่ หากต้องการก็สามารถปรับแต่งค่าที่ด้านล่างเช่น ต้องการให้ถามอะไรไหม หากมีการติดตั้งโปรแกรมเข้ามาใหม่ (Detect application installations and prompt for elevation) และสามารถกำหนดให้ UAC ทำงานอย่างไรกับ User Account ทั่วๆไป</p>
<p align="center">+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +</p>
<p><strong><u>System and Performance</u></strong></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/168_03.gif" /></p>
<p>เป็นหมวดการปรับแต่งเกี่ยวกับประสิทธิภาพของตัวระบบ</p>
<p>1. <strong>Waiting time to end services at shutdown process</strong> เร่งเวลาในการปิดเซอร์วิสที่เปิดใช้งานค้างอยู่เมื่อมีการชัตดาวน์</p>
<p>2. <strong>Waiting time to kill non-responding applications</strong> อันนี้ถือเป็นทีเด็ดเลย เพราะปัญหาการชัตดาวน์หรือรีสตาร์ท Vista ทำได้ช้า เป็นเพราะการแฮงค์ของแอพพลิเคชันบางตัวในระบบ การเร่งให้ปิดตัวปัญหาเหล่านี้จะช่วยได้มากครับ</p>
<p>3. <strong>Waiting time to kill applications timeout during shutdown</strong> เร่งเวลาการปิดการใช้แอพพลิเคชันต่างๆที่เปิดใช้งานอยู่</p>
<p>4. <strong>Restart Windows Explorer (Shell) automatically</strong> สั่งให้เปิดทำงาน Windows Explorer ใหม่อัตโนมัติทันที เมื่อเกิดความล้มเหลวในการใช้งานขึ้น</p>
<p>5. <strong>Forcibly unload DLLs from memory</strong> เมื่อ Windows Explorer ทำงานล้มเหลว ก็บังคับไม่ให้มีการโหลดไฟล์ DLLs จากตรงส่วนของหน่วยความจำมาใช้</p>
<p>6. <strong>Disable built-in feature to manage ZIP folders</strong> ปิดความสามารถในการจัดการไฟล์ ZIP คือการเปิดไฟล์ ZIP ได้ โดยแสดงให้เห็นในรูปของโฟลเดอร์</p>
<p>7. <strong>Disable Search Indexing in Windows</strong> ปิดฟีเจอร์การทำ Index สำหรับการค้นหาของวินโดวส์ หากท่านเบื่อกับการเสียเวลาทำ Index ของวิสต้า เมื่อเรียกใช้งานฮาร์ดดิสต์ตัวใหม่</p>
<p>8. <strong>Enable support for 4GB of RAM (or more) in Vista X86</strong> สิ่งที่หลายๆท่านถามไถ่กันมามากเหลือเกินกับการเปิดให้วิสต้ามองเห็น และใช้งานแรมได้เต็ม 4GB นั่นเอง</p>
<p>9. <strong>Disable Automatic Folder View discovery</strong> ปิดไม่ให้มีการพยายามทำในส่วน Folder View ซ้ำๆเมื่อเกิดปัญหา การปิดจะช่วยให้ระบบเร็วมากขึ้นอีกนิด</p>
<p>10. <strong>Turn off ReadyBoost feature</strong> ในยุคที่แรมราคาถูกแบบนี้ ฟีเจอร์ ReadyBoost คงไม่จำเป็นมากนัก การสั่งปิดก็ช่วยไม่ต้องให้เราคอยตอบคำถามว่า จะใช้แฟลชไดรว์ทำ ReadyBoost หรือไม่</p>
<p>11. <strong>Turn off Windows Aero user interface</strong> ปิดการใช้งานฟีเจอร์ Aero ทำให้ระบบเร็วขึ้นอีก หากท่านไม่เน้นความสวยงาม</p>
<p>12. <strong>Turn off Superfetch</strong> SuperFetch คือระบบแคชที่ทำงานกับสวอปไฟล์ (Swap file หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Virtual Memory) ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น โดยจะมีการจดจำว่าผู้ใช้มักจะเปิดโปรแกรมอะไร ตอนไหน วิสต้าจะจดจำไว้ให้ และเมื่อผู้ใช้คนนั้นเปิดวิสต้าใช้งาน วิสต้าจะโหลดโปรแกรมที่ชอบใช้นั้นไปไว้ในหน่วยความจำ ทำให้เมื่อเรียกใช้จะรู้สึกว่าเรียกได้เร็วมากขึ้น แต่ท่านอาจจะปิดเพื่อปล่อยให้หน่วยความจำเป็นอิสระ ระบบจะทำงานได้เร็วกว่าเดิม</p>
<p>13. <strong>Turn off Printer Spooling service</strong> ถ้าเครื่องของท่านไม่ได้ใช้งานเครื่องพิมพ์แน่ๆ การปิดเซอร์วิส Printer Spooling ที่จะช่วยจัดเรียงข้อมูลก่อนส่งไปพิมพ์ จะช่วยทำให้ประหยัดเนื้อที่ของแรมไปได้อีก</p>
<p>14. <strong>Turn off Tablet PC Input services</strong> คงมีน้อยคนที่จะมีอุปกรณ์ Tablet PC ดังนั้นเซอร์วิสนี้เปิดมาแบบกางมุ้งรอตั้งแต่วิสต้าเริ่มทำงาน ทั้งๆที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์แน่ๆ การสั่งปิดก็จะช่วยประหยัดเนื้อที่แรมไปได้อีกนิด</p>
<p>15. <strong>Turn off Problem and Report Solutions</strong> ปิดไม่ให้มีการถามว่าจะให้ส่งปัญหาที่เกิดขึ้นกลับไปที่ไมโครซอฟต์หรือไม่</p>
<p>16. <strong>Turn off Data Execution Prevention (DEP)</strong> เป็นฟีเจอร์ใหม่ในวิสต้า ซึ่งจะเฝ้าดูเซอร์วิสและโปรแกรมต่างๆในวินโดวส์และป้องกันไม่ให้โค้ดที่มีอันตรายไม่สามารถทำงานในระบบได้ ดังนั้นถ้าท่านไม่สนใจในจุดนี้ การปิดโปรแกรมประเภทเฝ้าดู เฝ้าระวัง จะช่วยให้ระบบเร็วขึ้นอีกหน่อย</p>
<p align="center">+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +</p>
<p><strong><u>Secutiry</u></strong></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/168_04.gif" /></p>
<p>เป็นการปิดโปรแกรมบางตัวที่อาจจะใช้เป็นเครื่องมือในการแฮคระบบ รวมถึงโปรแกรมอื่นๆที่ไม่ได้ใช้งานแน่ๆเอาออกไปจากวินโดวส์เสีย</p>
<p><strong><font color="#ff0000">+ System Restriction</font></strong></p>
<p>กำหนดการเข้าถึงเมนูและคำสั่งของระบบต่างๆดังนี้</p>
<p>1. <strong>Disable Registry Editor</strong> ปิดไม่ให้สามารถเรียกใช้โปรแกรม Registry Editor ได้ โปรแกรมนี้ทั้งดี และทั้งแสบในเวลาเดียวกัน</p>
<p>2. <strong>Disable Command Prompt and .cmd &amp; .bat files</strong> ปิดไม่ให้เรียกใช้ Command Prompt รวมถึงการสั่งรันไฟล์ .cmd และ .bat</p>
<p>3. <strong>Disable Task Manager</strong> ปิดไม่ให้มีการเรียกใช้โปรแกรม Task Manager ป้องกันไม่ให้มีการไประงับการทำงานของแอพพลิเคชันบางตัว</p>
<p>4. <strong>Disable Control Panel</strong> ปิดไม่ให้มีการเปิดใช้ Control Panel เพื่อปรับแต่งค่าของระบบได้</p>
<p>5. <strong>Restrict to change path profile folders</strong> ไม่ให้มีการเปลี่ยนตำแหน่งโฟลเดอร์ของโปรไฟล์</p>
<p>6. <strong>Disable Autoplay function for removable devices</strong> หลายๆท่านถามหาวิธีปิด Autorun เพื่อป้องกันไวรัส ใช้ตัวเลือกนี้ได้เลยครับ</p>
<p><strong><font color="#ff0000">+ Windows Explorer Restriction</font></strong></p>
<p>กำหนดการทำงานของ Explorer ให้มีความปลอดภัยมากขึ้นดังนี้</p>
<p>1. <strong>Disable Folder Options</strong> ปิดคำสั่ง Folder Options เพื่อไม่ให้เปิดปรับแต่งอะไรได้</p>
<p>2. <strong>Remove Security tab</strong> ปิดแท็ป Security เพื่อป้องกันการแก้ไขสิทธิ์, แชร์, เขียน, ลบไฟล์ต่างๆ</p>
<p>3. <strong>Remove CD Burn feature</strong> ปิดฟีเจอร์การเขียนแผ่น ที่ไม่ค่อยได้ใช้กันสักเท่าไร</p>
<p><strong><font color="#ff0000">+ Windows Applications Restriction</font></strong></p>
<p>เป็นการปิดโปรแกรมต่างๆที่อาจไม่ค่อยได้ใช้เช่น Windows Defender, Windows Media Center และตัวอื่นๆตามที่มีในเมนู</p>
<p><strong><font color="#ff0000">+ Windows Update Settings</font></strong></p>
<p>ปรับแต่งค่าเพื่อจัดการกับการอัพเดตวิสต้า</p>
<p>1. <strong>Disable all Windows Updates</strong> ปิดไม่ให้วินโดวส์มีการอัพเดตเลย</p>
<p>2. <strong>Disable automatic restart after windows Updating</strong> ปิดไม่ให้มีการรีบูตวินโดวส์อัตโนมัติเมื่อโหลดไฟล์อัพเดตเสร็จแล้ว หลายท่านเคยเจอถึงกับงงไปเลย เพราะอยู่ๆเครื่องก็บูตตัวเองซะเฉยๆ</p>
<p>3. <strong>Disable Windows Update Service</strong> ปิดไม่ให้มีการอัพเดตที่เกี่ยวกับเซอร์วิสของวิสต้า</p>
<p align="center">+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +</p>
<p><strong><u>Internet Explorer</u></strong></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/168_05.gif" /></p>
<p>ใช้สำหรับปรับแต่งค่า และป้องกันปัญหาที่เกิดจากการใช้งาน Internet Explorer</p>
<p>1. <strong>Download Directory</strong> กำหนดโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บไฟล์ที่ดาวน์โหลดผ่านทาง IE</p>
<p>2. <strong>ปุ่ม Clear DNS Cache</strong> สำคัญมาก สำหรับท่านที่เจอปัญหา การจำค่า DNS ของ IE ผิดพลาด จนทำให้ไม่สามารถเล่นเน็ตได้ ลองใช้ปุ่มนี้แก้ไขปัญหาให้ครับ</p>
<p>3. <strong>Enable tab browsing</strong> ปิดหรือเปิดฟีเจอร์แท็บของ IE</p>
<p>4. <strong>When a pop-up is encountered</strong> จัดการกับหน้าป๊อบอัพ เมื่อเจอแล้วให้ทำอย่างไรเช่น ให้เลือกเพื่อตัดสินใจ, เปิดไว้ในอีกวินโดวส์หนึ่ง หรือเปิดไว้ในอีกแท็บหนึ่ง เป็นต้น</p>
<p>5. <strong>Turn off RSS feed discovery</strong> ปิดการใช้ฟีเจอร์รับข่าวสารจากเว็บไซต์ RSS</p>
<p align="center">+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +</p>
<p><strong><u>Network Optimization</u></strong></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/168_06.gif" /></p>
<p>เป็นการปรับปรุง และปิดทางเลือกสำหรับใช้งานกับระบบเครือข่าย โดยมีตัวเลือกที่สำคัญๆดังนี้</p>
<p>1. <strong>Limit reserved bandwidth for Qos Scheduler Service</strong> เป็นการจำกัดการสงวนแบนด์วิดธ์ของ Qos ถ้าอยากจะให้เน็ตเร็วขึ้น ให้ปรับค่าเป็น 0</p>
<p>2. <strong>Hide entire network from Network Neighborhood</strong> ซ่อนเครื่องของเรา ไม่ให้เครื่องอื่นๆในเครือข่ายมองเห็น</p>
<p>3. <strong>Disable Remote Desktop Sharing in the domain and network</strong> ปิดฟีเจอร์ Remote Desktop เพื่อไม่ให้ใครวิ่งเข้ามารีโมทควบคุมเครื่องของเราจากเครือข่ายได้</p>
<p>4. <strong>Disable default Admin and Disk drive share server</strong> ถ้าเราไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัยภายใต้เครือข่ายที่เราใช้งานอยู่ การปิดไดรว์ที่เปิดแชร์ลับๆ(แต่ไม่ลับเพราะใครก็รู้) ที่วินโดวส์ได้แอบเปิดให้เฉพาะ Admin วิ่งเข้าหาได้เช่น C$, D$ ก็สามารถสั่งปิดตรงนี้ได้เลย</p>
<p>5. <strong>Enable NTLM 2 support</strong> เปิดใช้ระบบ Windows Authentication แบบ NTLM 2 เพื่อให้การเก็บ Username/Password ถูกแฮคได้ยากยิ่งขึ้น</p>
<p align="center">+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + +</p>
<p><strong><u>Additional Options</u></strong></p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/168_07.gif" /></p>
<p>เป็นตัวเลือกสำหรับการปรับแต่ง จิปาถะทั่วๆไป โดยมีตัวเลือกที่ควรทราบดังนี้</p>
<p>1. <strong>OEM Logo</strong> ท่านสามารถใส่หน้าของท่านแทนรูปแบรนด์ผู้ผลิตพีซีได้ โดยให้เตรียมไฟล์แบบ .BMP ไว้</p>
<p>2. <strong>Useful Context menu for Drives and Folders</strong> จัดการเกี่ยวกับ Context menu เมื่อเราคลิกขวาตรงไดรว์หรือโฟลเดอร์ โดยจะให้แสดงคำสั่ง Take Ownership, Open Command Window Here หรือ Search</p>
<p>3. <strong>Useful Context menu for Files and Folders</strong> จัดการกับ Context menu เมื่อคลิกขวาตรงไดรว์หรือโฟลเดอร์ สั่งให้แสดงคำสั่ง Copy to Folder, Move to Folder, Encrypt and Decrypt</p>
<p>4. <strong>Disable Low Disk Space Checks</strong> ปิดฟีเจอร์การแจ้งเตือน และตรวจสอบเนื้อที่ของแต่ละไดรว์</p>
<p>5. <strong>Disable Hibernation</strong> ปิดฟีเจอร์ Hibernation หากท่านไม่ได้ใช้งานมันแน่ๆ จะได้เนื้อที่ฮาร์ดดิสต์คืนมาบ้าง</p>
<p>6. <strong>Disable Compression in NTFS file system</strong> ปิดฟีเจอร์การบีบอัดไฟล์ในพาร์ทิชันแบบ NTFS ที่ไม่ค่อยได้ใช้กัน</p>
<p>7. <strong>Disable Encryption in NTFS file system</strong> ปิดฟีเจอร์การเข้ารหัสไฟล์สำหรับไดรว์ที่ใช้ระบบไฟล์แบบ NTFS</p>
<p>เมื่อต้องการให้โปรแกรมนี้มีผลกับวิสต้า ให้ท่านคลิกที่ปุ่ม Apply และโดยส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีการ Log off หรือ Restart เพื่อให้คำสั่งที่ถูกแก้ไขมีผลกับวิสต้า นอกจากนี้แล้ว ท่านสามารถเรียกคืนค่าที่เป็นค่าดีฟอลต์จากวิสต้าได้ โดยการคลิกที่ปุ่ม Restore Default แล้วจึงค่อยคลิกที่ปุ่ม Apply อีกครั้ง หรือก่อนทำการปรับแต่งค่าอะไร หากกลัวว่าวิสต้าจะเจ๊ง เราสามารถสั่งให้โปรแกรมสร้างจุดคืนค่า (Restore Point) ให้ก่อนได้ โดยการคลิกที่ปุ่ม Create System Restore Point แต่วิสต้าของท่าน จะต้องเปิดใช้งานในส่วนของ System Protection ก่อนนะครับ</p>
<p><strong>แหล่งที่มา</strong> PCToday Feb, 09</p></description>
</item>

<item>
<title>หยุดเวลาดูบลูสกรีน เพื่ออ่านข้อความ Error ที่หน้าจอฟ้า</title>
<link>http://www.varietypc.net/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=167</link>
<description><p>เมื่อครั้งที่ Windows Vista เปิดตัวมาใหม่ๆ ใครๆต่างพากันนึกว่าปรากฏการณ์จอฟ้า (Blue Screen) จะหายไปจากระบบ Windows ตัวใหม่นี้แล้ว แต่.. ไม่เป็นอย่างนั้น อาการ Blue Screen ก็ยังมีให้เห็นอยู่ในระบบ Windows Vista อยู่ดี ซึ่งถ้าเปิดเครื่องขึ้นมา แล้วเห็นอะไรแว็บๆ แล้วระบบก็บูตไปบูตมา ไม่ยอมเข้าสู่หน้าจอ Windows สักที เราก็สามารถหยุดดูข้อความของหน้าจอ Blue Screen ให้เห็นได้นานๆ เพื่อจะได้เอามาวิเคราะห์ว่าน่าจะเกิดมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง</p>
<p><strong>วิธีการก็มีง่ายๆนะครับ และ Windows XP ก็สามารถเอาวิธีนี้ไปใช้ได้ด้วย</strong></p>
<p>1. ขณะเปิดเครื่องก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของการบูตระบบ Windows ให้ทำการกดปุ่ม <strong>F8</strong> ย้ำๆ เพื่อเรียกใช้งานเมนู <strong>Advanced Boot Options</strong></p>
<p>2. เลื่อนลูกศรที่คีย์บอร์ดลงมาที่หัวข้อ <strong>Disable automatic restart on system failure</strong> แล้วกด Enter</p>
<p align="center"><img alt="" src="/includes/FCKeditor/upload/Image/article/167_01.gif" /></p>
<p>เมื่อระบบเริ่มบูตใหม่ จะสังเกตเห็นว่าหน้าจอที่เคยโผล่ขึ้นมาแว็บเดียว คราวนี้หน้าจอ Blue Screen ก็จะค้างไว้ให้ท่านได้อ่านวิเคราะห์หาสาเหตุได้แล้วครับ</p></description>
</item>

</channel>
</rss>